จุดพลิกผันที่ทำให้พรรคเพื่อไทยคว้าชัยในปี 66 คือ “กลุ่มแป้งมัน” นำโดย “กำนันป้อ” วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล และลูกสาว “ปุ๋ง” สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล โบกมือลาจากภูมิใจไทย ไปเข้าชายคาเพื่อไทย ทำให้ภูมิใจไทยพ่ายหมดรูป เกือบสูญพันธุ์
“กำนันป้อ” นำทีมแป้งมันโคราชแผลงฤทธิ์ จับมือกับ “ทีมประเสริฐ จันทรรวงทอง” กวาด สส.ไปได้ 12 ที่นั่งดังกล่าว
การเลือกตั้งปี 69 ข่าวว่า “ครูใหญ่ภูมิใจไทย” ประกาศเป้าหมาย “ทวงคืนพื้นที่สีน้ำเงิน” ประกาศกร้าวต้องเผด็จศึก “สีแดง” ให้ได้ แต่ค่ายแดงก็ไม่เบา เพราะดึง “กลุ่มแป้งมัน” ให้อยู่กับพรรค ไม่ย้ายหนี ทำให้ “ทีมโคราช” วันนี้ ยังแข็งแกร่งไม่แพ้ปี 66
ปลายปี 68 “นิด้าโพล” เปิดโพลการเมือง “เลือกตั้ง 69 ของคนโคราช” เฉพาะคำถามที่ว่า คนโคราชเลือกพรรคไหน ปรากฏว่า สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยนำ ได้คะแนนถึง 20.06% พรรคก้าวไกล 17.43% และพรรคภูมิใจไทย 14.34%
ส่วน สส.เขต พรรคเพื่อไทย 22.40% พรรคก้าวไกล 16.40% และพรรคภูมิใจไทย 12%
เรียกว่าเพื่อไทยยังครองความนิยมในเมืองย่าโม
ฉะนั้น การเลือกตั้ง สส.โคราชปี 69 ซึ่งยังมี 16 ที่นั่ง ก็จะมี 3 พรรคใหญ่ช่วงชิงกัน คือ เพื่อไทย ก้าวไกล และภูมิใจไทย ซึ่งก็คือ “หัวขบวน 3 ก๊กการเมือง” ที่มีสิทธิ์เป็นแกนจัดตั้งรัฐบาล เพราะมีโอกาสได้ สส.เกิน 100 ที่นั่ง
โดยพรรคเพื่อไทยยังมีแต้มต่อ เพราะ “กลุ่มแป้งมัน” ยังอยู่ และเพิ่งประสบความสำเร็จในสนามเลือกตั้งนายก อบจ. “มาดามหน่อย” ยลดา หวังศุภกิจโกศล ภรรยา “กำนันป้อ” กวาด สจ.เต็มพื้นที่ 32 อำเภอ จึงเป็นฐานเสียงหลักสำหรับการเมืองระดับชาติให้กับพรรคเพื่อไทย
หนำซ้ำเขตเมืองที่เป็นจุดอ่อน ยังได้ “ทีมชาติพัฒนา” จากเสี่ยสุวัจน์ ลิปตพัลลภ มาร่วมทีม แม้คุณสุวัจน์ จะไม่ได้เปิดตัวเข้าเพื่อไทยด้วยตัวเอง แต่ก็ส่งน้องชาย คือ เทวัญ ลิปตพัลลภ พร้อมขุนพลโคราชเข้าร่วม แทบจะเรียกได้ว่า ยุบพรรคมารวมเลยก็ว่าได้ เพียงแต่พรรคชาติพัฒนายังไม่สลายเท่านั้นเอง
จึงไม่แปลกที่เมื่อเกิดโศกนาฏกรรมใหญ่เครนถล่มที่สีคิ้ว พรรคที่ขยับเร็วที่สุดคือเพื่อไทย พร้อมๆ กับภูมิใจไทยในฐานะรัฐบาล และผู้ท้าชิง ส่วนพรรคก้าวไกล ก็ร่วมเคลื่อนไหวด้วยเบาๆ เพราะเป็นตัวสอดแทรกในสนามเลือกตั้งนี้ด้วยเช่นกัน