เนชั่นทีวี

ข่าว

กกต. คุมเข้มเซฟตี้ขั้นสุด! นัดแถลงชี้ชะตาคดี "โกง-ฮั้ว สว." 14 ก.ย.นี้

13 ก.ย. 2569 | natthanan_chu

กกต. คุมเข้มเซฟตี้ขั้นสุด! นัดแถลงชี้ชะตาคดี "โกง-ฮั้ว สว." 14 ก.ย.นี้

กกต. คุมเข้มเซฟตี้ขั้นสุด! นัดแถลงชี้ชะตาคดี "โกง-ฮั้ว สว." 14 ก.ย.นี้ วางเงื่อนไขสื่อลงทะเบียนล่วงหน้า จำกัดสำนักละ 3 คน

กกต. คุมเข้มเซฟตี้ขั้นสุด! นัดแถลงชี้ชะตาคดี "โกง-ฮั้ว สว." 14 ก.ย.นี้ วางเงื่อนไขสื่อลงทะเบียนล่วงหน้า จำกัดสำนักละ 3 คน

KEY

POINTS

  • มติลับ 14 ก.ย.: กกต. จ่อประชุมลงมติคดีฮั้ว สว. ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องการคุมเข้มการสื่อสารและมาตรการรับมือมวลชน
  • สงครามตัวเลข: ท่ามกลางกระแสข่าวลือวงใน พลิกจากสูตรเสียงข้างมาก 5:2 ลุ้นระทึกอาจไหลเปลี่ยนเป็น 6:1 หรือฝั่งเสียงข้างน้อยสั่นคลอน
  • ยันเตรียมแถลงผล: สำนักงาน กกต. ยืนยันเตรียมจัดสถานที่แถลงข่าวช่วงบ่าย 14 ก.ย. นี้ พร้อมคุมเข้มพื้นที่ด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 กองร้อย

13 กันยายน 2569 ใกล้เข้ามาทุกทีสำหรับวันที่ 14 ก.ย.นี้ ซึ่งเป็นวันชี้ชะตากรณีข้อครหาคดี ฮั้ว สว. โดยกระแสข่าววงในระบุถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในแง่ของการสื่อสารว่า กกต. จะไม่มีการตั้งโต๊ะแถลงข่าวเปิดหน้าหรือตอบข้อซักถามของสื่อมวลชน เหมือนที่เคยคาดการณ์ไว้แต่แรก

 

 

🔵ยุทธศาสตร์ “3 ไม่เปิดเผย” ป้องกันแรงกระแทก

 

 

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า มติของคณะกรรมการการเลือกตั้งจะออกมาในรูปแบบของ “เอกสารข่าว (Press Release)” สั้นๆ เท่านั้น โดยมีจุดสังเกตสำคัญดังนี้:

  • ไม่แจ้งรายละเอียดรายชื่อ ว่าผู้ถูกกล่าวหารายใดบ้างที่ถูกส่งชื่อให้ศาลฎีกาพิจารณา
  • ไม่เปิดเผยตัวเลขคะแนนเสียง เช่น มติ 5:2 หรือตัวเลขอื่นๆ จะไม่มีปรากฏในเอกสาร
  • ปิดผนึกการลงคะแนนรายบุคคล ว่ากรรมการ กกต. ทั้ง 7 ท่าน มีความเห็นแตก อย่างไร

 

รายละเอียดทั้งหมดจะถูกเก็บเป็นความลับเพื่อยกร่างลงใน “คำวินิจฉัยกลาง” ซึ่งฝ่ายกฎหมายมีกรอบเวลาดำเนินการภายใน 60 วัน ส่งผลให้ สว. ทุกท่านยังคงสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ตามปกติ จนกว่าสำนวนจะถึงมือศาลและมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่

 

กกต. คุมเข้มเซฟตี้ขั้นสุด! นัดแถลงชี้ชะตาคดี "โกง-ฮั้ว สว." 14 ก.ย.นี้

 

กกต. คุมเข้มเซฟตี้ขั้นสุด! นัดแถลงชี้ชะตาคดี "โกง-ฮั้ว สว." 14 ก.ย.นี้

 

🔵กกต. แจง เตรียมการจัดสถานที่ในการแถลงข่าววันที่ 14 ก.ย.

 

ต่อมาเมื่อวานนี้่ 12 กันยายน 2569 ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงาน กกต. เผยแพร่ ภาพข่าว พร้อมข้อความผ่านสื่อ เพื่อทำความเข้าใจตรงกันว่าจากกรณีที่มีสื่อนำเสนอข่าว กกต.งดแถลงข่าว ลงมติคดีฮั้ว สว. วันที่ 14.ก.ย.นั้น ไม่เป็นความจริง


พร้อมระบุว่า สำหรับรายละเอียดการแถลงข่าว จะแจ้งให้ทราบในวันพรุ่งนี้ (13 ก.ย.69) พร้อมกำลังเตรียมการจัดสถานที่ในการแถลงข่าววันที่ 14 ก.ย.69 เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยในช่วงเช้า สำนักงาน กกต.จะปิดพื้นที่ห้ามบุคคลภายนอกเข้าพื้นที่ภายในสำนักงาน กกต. จากนั้น ช่วงบ่าย จึงจะเปิดให้สื่อลงทะเบียนเข้าไปยังห้องแถลงข่าวได้

 

🔵คำถามถึง กกต. แถลงข่าว “ฮั้ว สว.” แบบใด?

 

กกต.ยุคความเชื่อมั่นถดถอย แม้ส่งสัญญาณเตรียมแถลงข่าวการลงมติคดีฮั้ว สว. โต้ข่าวสื่อหลายแขนงที่อ้างข้อมูลว่า เปลี่ยนใจ ไม่แถลงแล้ว 

ข่าวเมื่อวานคือ กกต.ยึดแนวทาง “3 ไม่” ได้แก่ ไม่นั่งแถลง ออกเป็นเพรส หรือเอกสารข่าว / ไม่แจ้งตัวเลขมติ / และไม่ระบุว่า ส่งศาลฎีกากี่ราย ใครบ้าง 

แต่ล่าสุดมีข่าวจาก  ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงาน กกต. ว่าจะมีการแถลงมติ และจะแจ้งรายละเอียดวันพรุ่งนี้ แถมให้สื่อมวลชนที่ต้องการรับฟังการแถลง ลงทะเบียนล่วงหน้า เป็นการยืนยันทางอ้อม 


อย่างไรก็ดี แม้จะมีการแถลงมติ ก็ยังมีคำถามตามมาอีกว่า จะแถลงแบบใด 

  •  7 เสือ กกต.นั่งแถลงพร้อมหน้า หรือเฉพาะประธานท่านเดียว 
  •  หรือ 7 เสือ กกต.ไม่ออกหน้า ให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ หรือฝ่ายสำนักงานเลขาธิการ กกต.เป็นผู้แถลงแทน 
  •  แถลงมติ จะมีการแจ้งตัวเลขการลงมติหรือไม่ ทั้งภาพรวม และรายบุคคลที่ถูกกล่าวหา ว่ามติที่ออกมานั้น ตัวเลขเป็นเท่าใด เช่น 5:2 ตามข่าวหรือไม่ หรือว่า 6:1 ตามข่าวใหม่ หรือ 7:0 โชว์เอกภาพ 
  •  การแถลง จะมีการระบุลงลึกหรือไม่ว่า ใครคือผู้ถูกกล่าวหาที่ถูกส่งสำนวนไปศาลฎีกาบ้าง และใครที่ไม่ถูกส่ง คือ ยกคำร้อง 
  •  จะมีการแถลงเหตุผลของการลงมติหรือไม่ ว่า ส่งศาลฎีกาเพราะอะไร หลักฐานว่าอะไร หรือยกคำร้อง ด้วยเหตุอะไร


นี่คือคำถามที่สังคมยังรอความชัดเจน?

 

🔵แง้มสงครามตัวเลข 5:2 สู่ 6:1?

 

สำหรับกระแสตัวเลขเสียงในที่ประชุม กกต. ใหญ่ แม้จะมีข่าวหนาหูถึงสูตร 5:2 (เสียงข้างมาก 4 เสียงจากสาย สว.สีน้ำเงิน บวกกับรักษาการ 1 เสียง รวมเป็น 5 เสียงฝ่ายยกคำร้อง และเสียงข้างน้อยสายเดิม 2 เสียง) 


แต่ล่าสุดมีกระแสข่าวลับระบุว่า อาจมีการขยับตัวเลขกลายเป็น 6:1 ภายหลังมีกระแสข่าวความเคลื่อนไหวภายในที่สามารถดึงเสียงฝั่งตรงข้ามมารวมทิศทางเดียวกันได้สำเร็จ


อย่างไรก็ตาม ยังมีรายงานอีกด้านถึงความหวั่นไหวและแรงกดดันรอบด้านที่ทำให้กรรมการบางส่วนต้องเดินสายปรึกษาข้อกฎหมาย หรือขอยืดเวลาพิจารณาเนื่องจากไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านคดีโดยตรง ต้องมาร่วมลุ้นบทสรุปโค้งสุดท้ายในวันที่ 14 กันยายนนี้ ว่าทิศทางขององค์กรอิสระจะสร้างบรรทัดฐานอย่างไรท่ามกลางสายตาประชาชน
 

ข่าวล่าสุด