svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

"อภิสิทธิ์" ฝ่าฝุ่นหาเสียง ชูดันกฎหมาย-คุยอาเซียนแก้ฝุ่นพิษ

14 ม.ค. 2569

"อภิสิทธิ์" ควง "จั๊ม-เจษฎา" ผู้สมัครสุดหล่อฝ่าฝุ่นหาเสียงสวนลุม - ชูดันกฎหมาย 3 ฉบับ-เจรจาอาเซียนแก้ฝุ่น PM2.5 พร้อมลดค่ารถโดยสาร 5-30 บาทเพื่อคนกรุงฯ

นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะแคนดิเดตมายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนางการดี เลียวไพโรจน์ นายสกลธี ภัททิยะกุล รองหัวหน้าพรรคฯ นำนายเจษฎา เลิศธนสาร หรือ จั๊ม ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ เขต 2 (ราชเทวี ปทุมวัน และสาทร) หมายเลข 11 ของพรรคฯ และนายพีรวุฒิ พิมพ์สมฤดี ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ เขต 1 และนายเจตน์สฤษฎิ์ เลิศธนสาร สส.กรุงเทพฯ เขต 33 ของพรรคฯ ลงพื้นที่หาเสียงกับประชาชนที่มาออกกำลังกาย ที่สวนลุมพินี เขตปทุมวัน ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น ตลอดการเดินในสวนมีประชาชนมาออกกำลังกาย โดยเฉพาะผู้สูงอายุต่างมาทักทายขอถ่ายรูปบอกว่า เป็นแฟนคลับ และเลือกพรรคประชาธิปัตย์ทั้งบ้านมาตลอด และยินดีที่นายอภิสิทธิ์ กลับมาดึงดูดคนกรุงเทพฯ อีกครั้ง พร้อมอวยพรให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอีก และเรียกนายอภิสิทธิ์ว่า ว่าที่นายกฯ และเรียก นางการดี แคนดิเดตนายกฯ และนายสกลธี เป็นว่าที่รองนายกฯ 

"อภิสิทธิ์" ฝ่าฝุ่นหาเสียง ชูดันกฎหมาย-คุยอาเซียนแก้ฝุ่นพิษ "อภิสิทธิ์" ฝ่าฝุ่นหาเสียง ชูดันกฎหมาย-คุยอาเซียนแก้ฝุ่นพิษ

ขณะเดียวกัน ยังมีประชาชนชมว่า นายอภิสิทธิ์ตัวจริงหล่อกว่าในทีวี และยังดูหนุ่มมาก ทั้งยังชมนายเจษฎาว่า ผู้สมัครหล่อหน้าตาดี นายอภิสิทธิ์ จึงบอกว่า "ผู้สมัครพรรคนี้หล่อหน้าตาดี เราพยายามคัดคนหน้าตาดีที่รุ่นราวคราวเดียวกัน" ซึ่งผู้สมัครอายุประมาณ 30 ปี แต่นายอภิสิทธิ์ ปีนี้อายุ 61 ปีแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม วันนี้ (14 ม.ค.) ค่าฝุ่นในพื้นที่ กทม.มีการแจ้งเตือนเป็นสีแดง 84.6 มคก./ลบ.ม. แต่ยังมีประชาชนมาออกกำลังกายตามปกติ แม้จะไม่เยอะเท่าทุกวัน 

 

นายอภิสิทธิ์ ได้กล่าวถึงนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์กับคนเมือง โดยเฉพาะปัญหาฝุ่น PM2.5 ว่า วันนี้ (14 ม.ค.) ระดับฝุ่น PM2.5 พุ่งสูง โดยแนวทางการแก้ไขปัญหาของพรรคประชาธิปัตย์ มี 3 แนวทาง ทั้งการเร่งผลักดันกฎหมาย 3 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้คือ กฎหมายอากาศสะอาด, กฎหมายเศรษฐกิจหมุนเวียนและ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ, การจำกัดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่นจะต้องลดลงโดยมีมาตรการ 2 ด้าน คือ การจูงใจ และมาตรการลงโทษ พร้อมกับสนับสนุนระบบขนส่งสาธารณะ ลดค่าขนส่งสาธารณะ รถเมล์เหลือ 5-30 บาท เพื่อจูงใจให้ประชาชนใช้บริการขนส่งสาธารณะ ส่วนการเผาเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานนั้น จะต้องมีมาตรการสนับสนุนไม่ให้เกิดการเผา และช่วยเกษตรกรให้มีทางเลือก เพื่อไม่ให้ก่อมลพิษ โดยจะต้องร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งในวาระที่ประเทศไทย จะเป็นประธานอาเซียนในปีคราวถัดไป พรรคประชาธิปัตย์ จะนำเสนอเรื่องนี้ เป็นวาระต้องร่วมมือกันระหว่างประเทศ เพราะหลายครั้งฝุ่นที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นจากประเทศเพื่อนบ้าน และลมพัดเข้ามา เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้คือแนวทางที่พรรคประชาธิปัตย์เตรียมไว้

"อภิสิทธิ์" ฝ่าฝุ่นหาเสียง ชูดันกฎหมาย-คุยอาเซียนแก้ฝุ่นพิษ

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงงานระดมทุนพรรว่า ประชาธิปัตย์จะจัดงาน ในวันที่ 17 มกราคม เพื่อพบปะผู้ให้การสนับสนุน พร้อมเชิญชวนถึงการทำการเมืองสุจริต และทุนที่เข้ามาทางการเมืองนั้น ต้องการให้เป็นทุนที่มาจากประชาชนและทุนสีขาว และช่วงนี้อยู่ในช่วงการเสียภาษีประจำปี ประชาชนสามารถบริจาคภาษีให้กับพรรคประชาธิปัตย์ได้ โดยจะไม่มีการขายโต๊ะ เนื่องจาก อยู่ในช่วงการเลือกตั้ง จะมีเพียงเป็นการพบปะสมาชิกพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คนของพรรคฯ โดยจะจัดงานที่สยามพิฆเนศสยามสแควร์ แต่ในวันศุกร์ที่ 16 มกราคมนี้ จะมีการสื่อสารถึงแผนปฏิบัติการ 90 วัน เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่จะเกิดขึ้นในแนวทางพรรคประชาธิปัตย์ก่อน

 

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงนโยบายพรรคประชาธิปัตย์กับคนในพื้นที่ภาคใต้ว่า ราคายางและการประกันรายได้เป็นพื้นฐาน ซึ่งพรรคฯ มียุทธศาสตร์ในการผลักดันให้สูงกว่าค่าประกัน ซึ่งราคาประกันอยู่ที่ 60 บาท และมั่นใจจะสามารถผลักดันให้ถึง 80 บาทได้ในการต่อยอดการแปรรูป ซึ่งในอดีตใช้วิธีการเจรจากับประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ และผลักดันให้มีราคาสูงมาแล้ว ขณะที่ราคาปาล์มตามกฎหมาย จะต้องพิจารณาให้ครบทั้งวงจร ให้ความเป็นธรรมต่อเกษตรกร ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญ

"อภิสิทธิ์" ฝ่าฝุ่นหาเสียง ชูดันกฎหมาย-คุยอาเซียนแก้ฝุ่นพิษ

นอกจาก นโยบายประกันราคายางแล้ว นายอภิสิทธิ์ ยังระบุว่า ยังมีการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน มอเตอร์เวย์ รวมถึงระบบราง ที่จะต้องเชื่อมต่อการเดินทางในพื้นที่ภาคใต้ และการใช้ประโยชน์จากการพัฒนาท่าเรือ ให้ฝั่งอ่าวไทยเชื่อมโยงกับฝั่งอันดามัน พร้อมระบุว่า จากการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ก่อนหน้านี้นั้น ไม่คุ้มค่ากับระบบเศรษฐกิจ ซึ่งสามารถประหยัดเวลาได้น้อยเมื่อเทียบกับเงินที่ลงทุน และคลองไทย ยังมีปัญหาเรื่องความมั่นคง การขุดคลองจะกลายเป็นการดึงความขัดแย้งเข้ามามาสู่ภูมิภาคได้ ดังนั้น สิ่งที่ทำได้คือการเชื่อมโยงท่าเรือปีนัง ฝั่งอันดามัน โดยมีโครงสร้างพื้นฐานที่ปรับปรุงสามารถใช้การได้อย่างมีประโยชน์