สำหรับสถานการณ์ความเสียหายล่าสุด ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 08.00 น. นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน รายงานว่า
มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอปัว อำเภอสันติสุข และอำเภอแม่จริม โดยพื้นที่อำเภอปัวได้รับผลกระทบหนักครอบคลุม 7 ตำบล 60 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือดร้อนประมาณ 8,000 ครัวเรือน กว่า 16,000 คน สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่านอยู่ระหว่างเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ที่แจ้งขอรับความช่วยเหลือเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
เบื้องต้น จังหวัดน่านได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ณ ที่ว่าการอำเภอปัว พร้อมจัดตั้งศูนย์พักพิงและเตรียมพร้อมอพยพประชาชน โดยเร่งเคลื่อนย้ายประชาชนจากพื้นที่เสี่ยงไปยังพื้นที่ปลอดภัย 7 แห่ง ประสานขอจัดตั้งโรงครัวพระราชทาน และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดตั้งโรงครัวประจำศูนย์พักพิงในแต่ละพื้นที่ ด้านสาธารณสุข ให้โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัวเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์และดูแลผู้ประสบภัย
"สถานการณ์น้ำที่น่านยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงวันที่ 19 ถึง 20 สิงหาคม ดิฉันได้กำชับให้หน่วยงานด้านการสื่อสารของรัฐรายงานให้เร็ว ตรง และตรวจสอบได้ทุกช่วงข่าว เพราะในภาวะน้ำหลาก ข้อมูลที่ถูกต้องคือความปลอดภัยของประชาชน" นางสาวศุภมาส กล่าว
นางสาวศุภมาส กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ทั้งกรมประชาสัมพันธ์และ อสมท เกาะติดสถานการณ์อุทกภัยจังหวัดน่านอย่างใกล้ชิดทุกช่วงข่าว โดยกรมประชาสัมพันธ์ ติดตามได้ทางช่อง NBT2HD สถานีวิทยุแห่งประเทศไทย FM 92.5 MHz และช่องทางออนไลน์ทางเฟซบุ๊ก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน และกรมประชาสัมพันธ์ ส่วน อสมท ติดตามได้ทุกภาคข่าวของสำนักข่าวไทย ช่อง 9MCOT เฟซบุ๊ก สำนักข่าวไทย สถานีวิทยุ อสมท เครือข่าย 47 สถานีทั่วประเทศ และสถานีวิทยุจังหวัดน่าน FM 92.0 MHz ตนยังขอความร่วมมือสื่อมวลชนทุกแพลตฟอร์มนำเสนอข้อมูลจากแหล่งข้อมูลทางราชการ เพื่อไม่ให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่
"ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารและประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะข้อมูลจากศูนย์ JIC น่าน ซึ่งจะอัปเดตแจ้งเตือนสถานการณ์วันละ 2 รอบ เวลา 10.00 น. และ 16.00 น. พร้อมแจ้งเตือนทันทีเมื่อเกิดฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม รวมถึงข้อมูลการให้ความช่วยเหลือ ทั้งการเคลื่อนย้ายไปยังศูนย์อพยพและการดูแลด้านสาธารณสุข" นางสาวศุภมาส กล่าวทิ้งท้าย