หลังจากรับฟัง ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า จากการรับฟังและหารือร่วมกับนักวิชาการ ตนมองเห็นทิศทางที่จะผลักดันเชียงใหม่ผ่านโมเดล "Cluster Tourism" หรือการท่องเที่ยวแบบกลุ่มก้อนที่เชื่อมโยงกัน เพราะเชียงใหม่เวลาคนมาเที่ยวไม่ได้มองแค่จุดหมายปลายทางเดียว แต่มองสภาพแวดล้อมรอบข้าง เหมือนโมเดลความสำเร็จของญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ ที่ประเทศขับเคลื่อนด้วย "Storytelling" หรือเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจ
"ประเทศมันต้องการเรื่องเล่าที่ชัดเจน และ Inspire มากๆ ซึ่งเสน่ห์จริงๆ ของเชียงใหม่ บางทีมันอยู่ที่ร้านกาแฟเล็กๆ ที่เขาเล่าเรื่องลึกๆ ได้ หรือเรื่องราวระหว่างการเดินทางก่อนไปถึงจุดหมายหลักอย่างดอยอินทนนท์ สิ่งเหล่านี้คือมูลค่าที่ภาครัฐต้องเข้ามาช่วยถักทอให้เกิดขึ้น" ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
ศ.ดร.ยศชนัน ขยายความต่อในประเด็นการสนับสนุน Content Creator และคนตัวเล็กว่า ภาครัฐไม่ควรลงมือทำเอง แต่ต้องทำหน้าที่เหมือน "แมวมอง" คอยสอดส่องว่ามีกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือเด็กนักเรียนคนไหนที่มีของ มีโปรเจกต์ที่น่าสนใจ แล้วรัฐเข้าไปสนับสนุนทุน (Funding) เพื่อให้เกิดการจ้างงานและสร้างโอกาสใหม่ๆ เพราะหากพวกเขา "เห็นโอกาส" แต่ "ไม่มีทุน" ก็ไม่สามารถไปต่อได้ นโยบายนี้จะเปลี่ยนบริการการท่องเที่ยวของไทยไปสู่ "High Value Service" หรือบริการที่มีมูลค่าสูง ซึ่งจะสร้างรายได้ที่ยั่งยืนกว่า
ส่วนประเด็นเรื่องความหลากหลายและความเท่าเทียม แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย มองลึกลงไปถึงรากฐาน โดยระบุว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ประเด็นของกลุ่ม LGBTQIA+ เท่านั้น แต่เป็นเรื่องสากลที่ทุกกลุ่มสังคมเผชิญร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องมุสลิมหรือคริสต์ ที่ต่างก็มีข้อกังวลเรื่องการถูกปฏิบัติที่แตกต่าง หรือความไม่เข้าใจในวิถีปฏิบัติ
เรื่องนี้ต้องทำให้เป็นธรรมชาติ สิ่งสำคัญที่สุดคือ 'Fundamental of Life' หรือพื้นฐานของชีวิตและการเห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์ หากเราเข้าใจพื้นฐานตรงนี้ ความกลัวความแตกต่างจะหายไป และจะนำไปสู่การเคารพซึ่งกันและกันโดยอัตโนมัติ
ในช่วงท้าย ศ.ดร.ยศชนัน ได้เชื่อมโยงมาสู่การปฏิรูปการศึกษา โดยเสนอแนวคิด "สร้างฮีโร่ของเมือง" เพื่อเป็นกรณีศึกษา ให้เด็กๆ ได้เห็นเป็นแบบอย่าง เพราะการเรียนรู้ที่ดีที่สุดต้องเริ่มจาก "Emotion" ก่อน "Logic"
"เราต้องสร้างแรงบันดาลใจ ให้เด็กเห็นว่าคนๆ นี้ทำสำเร็จได้อย่างไร เขาดีอย่างไร เพื่อให้เด็กเกิดความรู้สึก 'ฟิน' และอยากจะเป็นแบบนั้นบ้าง ไม่ใช่การเรียนแบบท่องจำตำรา มหาวิทยาลัยและโรงเรียนต้องปรับตัวเป็น 'Incubator' หรือศูนย์บ่มเพาะ ที่ยืดหยุ่นและพร้อมสนับสนุนความฝันของเด็ก เพื่อสร้างบุคลากรที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจสร้างสรรค์ในอนาคตได้อย่างแท้จริง" ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวทิ้งท้าย
"ยศชนัน" สวมบท "คุณพ่อลูกสอง" ต่อคิวพาครอบครัวเที่ยวไนท์ซาฟารี รับวันเด็ก ปี 2569
ที่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ใช้เวลาช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์พาครอบครัว ทั้ง นันทกานต์ ศิลป์เสวีกุล ภรรยา และลูกๆ ทั้ง 2 คน เดินทางมาร่วมพักผ่อนและทำกิจกรรมเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบง่ายและเป็นกันเอง
โดย ศ.ดร.ยศชนัน และครอบครัว ได้ไปต่อแถวซื้อตั๋วและรอเข้าชมโซนต่างๆ ร่วมกับพี่น้องประชาชนทั่วไปโดยไม่ได้ใช้สิทธิพิเศษใดๆ ทำให้ประชาชนที่มาร่วมงานต่างเข้ามาทักทายและขอถ่ายรูปด้วยความอบอุ่น
นอกจากการเดินชมสัตว์และนั่งรถนั่งชมสัตว์หายากต่างๆ และให้อาหารสัตว์แล้ว ไฮไลต์สำคัญคือการที่ "คุณพ่อยศชนัน" ได้ร่วมทำกิจกรรมกับลูกๆ และเด็กๆ ในงานอย่างสนุกสนาน ทั้งนั่งล้อมวงระบายสีตุ๊กตาปูนปลาสเตอร์ และยังโชว์ลีลาเตะฟุตบอลเข้าโกล ประชันฝีเท้ากับเด็กๆ ที่มาร่วมงาน เรียกเสียงเชียร์และรอยยิ้มจากผู้ปกครองรอบข้าง ซึ่งระหว่างกิจกรรมมีประชาชนขอถ่ายรูปอยู่เป็นระยะๆ
ทั้งนี้ โดยปกติในวันหยุดว่างเว้นจากภารกิจงาน ศ.ดร.ยศชนัน มักจะให้เวลากับครอบครัวเป็นหลัก โดยชอบพาภรรยาและลูกๆ ไปทำกิจกรรมนอกบ้านเสมอ โดยเฉพาะแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ สวนสัตว์ หรืออุทยานการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการให้กับลูกๆ ถือเป็นมุมที่ทำเป็นกิจวัตรมาโดยตลอด
ดูคลิป