เปิดที่มา “ไลน์ลั่น” อ้างชื่อสื่อดังเสนอแพ็กขายพรรคการเมือง
09 ม.ค. 2569
เปิดที่มา “ไลน์ลั่น” อ้างชื่อสื่อดังเสนอแพ็กซื้อพื้นที่สื่อออนไลน์ ขายให้พรรคการเมืองใหญ่ เพื่อผูกปิ่นโตนำเสนอข่าว
ข่าว
09 ม.ค. 2569
เปิดที่มา “ไลน์ลั่น” อ้างชื่อสื่อดังเสนอแพ็กซื้อพื้นที่สื่อออนไลน์ ขายให้พรรคการเมืองใหญ่ เพื่อผูกปิ่นโตนำเสนอข่าว
9 มกราคม 2569 ประเด็นร้อนการเมือง และสะเทือนวงการสื่อ ที่ประชาชนจำนวนมากสงสัยว่า เลขาธิการ กกต.มาเกี่ยวข้องอะไรกับ “ไลน์หลุดซื้อสื่อ” และสื่อมวลชนหลายแขนง ทั้งองค์กรวิชาชีพ รวมถึงสื่อในเครือเนชั่น ทำไมต้องมาออกแถลงการณ์ยืนยันการทำหน้าที่
เรื่องของเรื่องเกิดจากมีการส่งข้อความ ในไลน์กลุ่มของสื่อมวลชนของพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง เป็นข้อความที่ทำให้เข้าใจได้ว่า เป็นการ “เสนอแพ็กซื้อพื้นที่สื่อออนไลน์” ของสื่อมวลชนกระแสหลักต่างๆ ซึ่งมีเว็บไซต์ข่าวยอดนิยม ที่มีประชาชนติดตามอ่านจำนวนมาก
โดยเนื้อหาของเอกสารและข้อความที่ส่งเข้ากลุ่มไลน์ เป็นการเสนอซื้อขายการลงข่าว โดยมีการจ่ายค่าตอบแทนเป็นรายครั้ง ครั้งละ 2,000 บาท วันละไม่เกิน 1 ข่าว และเหมาจ่ายรายเดือน คือ 30 ข่าว ยอดเงิน 55,000 บาท
รูปแบบการส่งไลน์ คล้ายๆ ส่งลั่นเข้าไปในไลน์กลุ่มข่าวของพรรคการเมือง เพราะเมื่อส่งแล้ว ได้รีบลบออกทันที แต่มีคนแคปเป็นภาพเอาไว้ได้
จากนั้นภาพจากกลุ่มไลน์ที่ถูกแคป ได้ถูกส่งต่อไปที่นักวิชาการอิสระรายหนึ่ง ซึ่งนักวิชาการรายนี้ก็ได้นำไปโพสต์ในลักษณะประจาน พร้อมวิจารณ์แสดงความเห็นเพิ่มเติมทำนองว่า
“สื่อมีราคา ถูกซื้อได้ ไม่มีความน่าเชื่อถือ”
ทั้งยังวิจารณ์พาดพิงถึงสื่อที่มีชื่อปรากฏในข้อความ และสื่อสำนักอื่นที่แม้ไม่มีชื่อปรากฏ ก็อาจมีพฤติการณ์แบบเดียวกัน โดยเชื่อว่าเป็นการตกลงกันระหว่างนักข่าวภาคสนามกับพรรคการเมือง โดยที่ต้นสังกัดอาจไม่ทราบก็เป็นได้
อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบข้อความดังกล่าวอย่างละเอียด รายชื่อสื่อที่ระบุ เป็นการรวมแพ็กเสนอจากคนที่ส่งข้อความ ไม่ได้หมายความว่า “ดีล” หรือ “ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว”
ฉะนั้นจึงมีการมองจากสื่อสำนักต่างๆ ที่ถูกพาดพิงว่า นักวิชาการอิสระที่วิจารณ์เรื่องนี้ มีลักษณะด่วนตัดสินล่วงหน้า และวิจารณ์อย่างเหมารวมหรือไม่ เพราะอาจเป็นการอ้างชื่อสื่อสำนักต่างๆ เพื่อนำไปเจรจากับพรรคการเมือง โดยบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่อาจไม่เกี่ยวข้อง และไม่ได้สังกัดสำนักข่าวนั้นจริงๆ ก็เป็นได้ เช่น อดีตสื่อ หรือคนที่แอบอ้าง
โดยทางเนชั่นทีวี และสื่อในเครือเนชั่นทั้งหมด ได้พร้อมใจกันออกแถลงการณ์ปฏิเสธ พร้อมเรียกร้องให้องค์กรวิชาชีพตรวจสอบเรื่องนี้ และรายงานต่อสาธารณะอย่างเร่งด่วนที่สุด
