เนชั่นทีวี

ข่าว

สับเละ ป.ป.ช.องค์กรอิสระสีเทา “ดินแดนศักดิ์สิทธิ์” ของใครบางคน?

03 ม.ค. 2569

สับเละ ป.ป.ช.องค์กรอิสระสีเทา “ดินแดนศักดิ์สิทธิ์” ของใครบางคน?

"ดร.มานะ ACT" สับเละ ป.ป.ช. วิกฤตศรัทธาดิ่งเหว จากปม "สินบนทองคำ" ขณะที่ อ.วิชา มหาคุณ บ่นท้อ ศึกสาดโคลนตำรวจ-ป.ป.ช. ทำสังคมไทยอยู่ในภาวะวังเวง

3 มกราคม 2569 เมื่อองค์กรผู้ตรวจสอบถูกตรวจสอบเสียเอง! ขนาดอาจารย์วิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. มือฉมังยังบ่นท้อ กับข้อกล่าวหาฝุ่นตลบเกี่ยวกับ “สินบนทองคำ” จนไม่รู้จะหาความจริงจากตรงไหน เพราะต่างฝ่ายต่างกล่าวหากันไปมา หนำซ้ำ ทั้งองค์กรตำรวจ และองค์กร ป.ป.ช. ต่างก็เป็น “องค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ ในกระบวนการยุติธรรม” ทั้งคู่ ทำให้สังคมไทยอยู่ในภาวะ “วังเวง” 

อาจารย์วิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช.

ขณะที่ ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT มองลึกไปกว่านั้น โดยเจาะเฉพาะองค์กร ป.ป.ช. ที่งานนี้ต้องบอกว่า “เหมือนฝีแตก” จากที่โดนกล่าวหามาเป็นระยะ จนประชาชนไม่เชื่อมั่น ทว่ารอบนี้หนักที่สุด 

โดย ดร.มานะ ให้สัมภาษณ์​ในรายการ “เนชั่นวิเคราะห์ข่าว” ระบุว่า ปัจจุบันความเชื่อมั่นและการยอมรับของประชาชนต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. อยู่ในระดับที่ต่ำมาก เพราะประชาชนตั้งคำถามว่า "คนตรวจสอบคนอื่น มือสะอาดพอหรือยัง?" เนื่องจากองค์กรที่ต้องรักษาความยุติธรรม และตรวจสอบความโปร่งใสคนอื่น กลับถูกกล่าวหาเสียเอง แต่กลับไม่มีคำชี้แจงที่ชัดเจน

ที่สำคัญ เมื่อมีกรรมการหรือคนในองค์กรถูกชี้ว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องไม่โปร่งใส  โดยเฉพาะกรณีสินบน แต่คณะกรรมการ ป.ป.ช.กลับใช้วิธี "นิ่งเฉย" จนถูกมองว่าปกป้องพวกพ้อง แทนที่จะให้ผู้ถูกกล่าวหาแสดงสปิริตถอนตัวจากการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาศักดิ์ศรีขององค์กร 

พร้อมกันนี้ ดร.มานะ ยังเปิดข้อมูลว่า ป.ป.ช.มีปัญหาที่ถูกตั้งคำถามอย่างกว้างขวางเรื่อง “การดองคดี" หรือ “ดึงเช็งคดี” หมายถึงการทำให้คดีของบางหน่วยงานกลายเป็นเรื่อง "ยกคำร้อง" หรือไม่ก็ล่าช้าจนสังคมลืม โดยใช้กลไกภายในในการควบคุมทิศทางของคดีใหญ่ๆ เพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้มีอำนาจและอิทธิพล แต่เวลาสรุปรายงานการทำงานของ ป.ป.ช. กลับยืนยันว่า ทุกคดีไม่มีล่าช้า ใช้เวลาไต่สวนไม่เกิน 2 ปี แต่แท้ที่จริงแล้ว ระยะเวลา 2 ปี เริ่มนับเมื่อมีการตั้งอนุไต่สวน และรับคำร้องไว้พิจารณา แต่กรอบเวลานี้ ไม่รวมช่วงเวลาของการแสวงหาข้อเท็จจริง ซึ่งไม่มีกรอบเวลา และไม่ถูกนำมานับรวมกับการไต่สวน ทำให้ทุกคดีไม่มีล่าช้าในรายงานของ ป.ป.ช. แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม 

สับเละ ป.ป.ช.องค์กรอิสระสีเทา “ดินแดนศักดิ์สิทธิ์” ของใครบางคน?

นอกจากนี้ ป.ป.ช.ยังถูกวิจารณ์อย่างหนักเรื่องการไม่เปิดเผยผลการไต่สวน หรือรายละเอียดคดีให้ประชาชนรับทราบเช่น คดี ”นาฬิกาเพื่อน” ของ “บิ๊กป้อม” พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ทั้งที่ไม่ได้กระทบกับความมั่นคงอะไรเลย 

ขณะเดียวกันก็มีคำถามเรื่องกระบวนการสรรหาบุคคลเป็นกรรมการ ป.ป.ช. มีการ "วางตัว” คนในองค์กรอิสระเพื่อไว้ปกป้องตัวเองในอนาคต และกีดกันภาคประชาชน หรือคนที่อยู่นอกองค์กรในกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ป.ป.ช.เป็น “ดินแดนศักดิ์สิทธิ์” สำหรับพวกของตน ในหน่วยงานเดิมๆ เท่านั้น 

ข้อคิดจากอาจารย์ “วิชา มหาคุณ” 

อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับเรื่องนี้ อ.วิชา อดีตกรรมการ ป.ป.ช. ผู้ได้รับการยอมรับในความเที่ยงตรง ไม่ขอวิจารณ์เรื่องนี้เพราะข้อกล่าวหาชุลมุนฝุ่นตลบ พูดไปก็ไม่เป็นประโยชน์ เพราะต่างฝ่ายต่างอ้าง เสี่ยงเป็นการเข้าข้างใดข้างหนึ่ง 

สับเละ ป.ป.ช.องค์กรอิสระสีเทา “ดินแดนศักดิ์สิทธิ์” ของใครบางคน?

และความยากของเรื่องนี้คือ ต่างฝ่ายต่างกล่าวหากัน และไม่มีคนกลางชี้ชาด ไม่มีคนกลางที่ทั้งสองฝ่ายเชื่อถือ เชื่อมั่น

ฝ่ายตำรวจ => “บิ๊กโจ๊ก” กล่าวหาเป็นองค์กรอาชญากรรม และมีศึกแย่งชิง สกัดกันภายใน 

ฝ่าย ป.ป.ช. => ถูกกล่าวหารับสินบนเสียเอง ทั้งๆ ที่เป็นองค์กรตรวจสอบ 

ทางออกต้องทำให้คดีถึงศาล ซึ่งจะเป็นคนกลางตัดสิน แต่ใครจะเป็นผู้รวบรวมข้อมูลเบื้องต้นก่อนส่งศาล เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย 

สับเละ ป.ป.ช.องค์กรอิสระสีเทา “ดินแดนศักดิ์สิทธิ์” ของใครบางคน?