"การจูงใจให้ผู้เสียหายถอนฟ้องนอกจากจะเป็นเรื่องของการพาเที่ยวและเงินแล้ว ยังมีการจูงใจด้วยแต้มคะแนนหรือการลงทุนในรูปแบบอื่นๆลักษณะเช่นเดียวกับตอนที่ก่อนนายประสิทธิ์จะถูกจับ รวมถึงจูงใจด้วยหลอกลวงผู้เสียหายที่ถอนฟ้องว่าหากถอนฟ้อง จะได้เงินคืนก่อน ผมจึงเกิดคำถามว่า ทำไมผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงประชาชนสามารถทำพฤติกรรมซ้ำแบบเดิม และสามารถคุกคามพยานได้" นายแทนคุณ กล่าว
"นายแทนคุณ" กล่าวว่า สำหรับผู้ที่เป็นคนคอยดำเนินการแทนนายประสิทธิ์ อยู่ข้างนอกนั้น ชื่อว่า ฝน พร้อมกับแกนนำกลุ่มศรัทธาอีกประมาณ 10-20 ราย ได้แจ้งความในข้อหาสมรู้ร่วมคิด และขอให้สืบเส้นทางการเงิน ว่า ทำไมถึงมีเงินไปหมุนเวียนในธุรกิจแทนการนำเงินมาคืนให้กับผู้เสียหาย
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่า การเคลื่อนไหวของ"กลุ่มศรัทธา"นายประสิทธิ์" เป็นการวิ่งเต้นและเตรียมความพร้อมในการหาเงิน เพื่อหลอกผู้เสียหายให้ไปถอนฟ้อง เนื่องจาก นายประสิทธิ์ ระบุไว้ในเอกสารต่างๆ อย่างมั่นใจว่า จะได้รับประกันตัวในวันที่ 29 ธันวาคม 65 และการดำเนินการต่างๆ ของนายประสิทธิ์ และกลุ่มศรัทธามีการอ้างถึงชื่อของผู้บริหารระดับสูงของกรมราชทัณฑ์ และอัยการ ตนเชื่อว่า หากนายประสิทธิ์ได้รับการประกันตัวออกมา จะหลบหนีแน่นอน เนื่องจากตนได้ไปสืบทรัพย์ของ"นายประสิทธิ์" พบว่า มีการถ่ายเทออกไปเป็นจำนวนมาก