"คนเป็นนักการเมือง มาแสดงอำนาจบาตรใหญ่ได้อย่างไร จริงๆคนเราต้องถามกันก่อน แต่นี่ถือว่ากูใหญ่ แสดงความข่มขู่ผมต่อหน้าประชาชนมากมายที่มาร่วมงาน ถือเป็นการกระทำอันไม่สมควร และไม่ให้เกียรติกับเจ้าภาพงานศพเป็นอย่างยิ่ง และหลังจากที่ผมทอดผ้าเสร็จกำลังเดินทางกลับ ก็ยังมีรถต้องสงสัย 3 คัน ขับตามประกบ รถคันที่ผมนั่ง เหมือนเป็นการข่มขู่ให้ผมเกิดความหวาดกลัว" นายวรรณา กล่าว
"ผมเป็นรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ยังโดนแบบนี้ ไม่อยากจะคิดว่าแล้วถ้าประชาชนธรรมดา มิโดนรังแกตามใจชอบหรือครับ ตอนนี้มันยุคสมัยไหนแล้ว ยังมีนักการเมืองที่บ้าอำนาจ แสดงอิทธิพลไม่เลือกที่ และใช้อำนาจในทางที่ไม่ถูกที่ควร นี่หรือคือคนที่ประชาชนเคยไว้ใจให้เขาเป็นตัวแทนพวกท่านในสภา ผมไม่อยากจะนึกถึงการเลือกตั้งผู้แทนในอนาคตข้างหน้าเลยครับ" สจ.เปี๊ยก กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเข้าแจ้งความครั้งนี้ ได้มีผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชน เกือบร้อยคน ที่ทราบข่าว เข้ามาให้กำลังใจนายวรรณา ทำให้บรรยากาศคึกคักเป็นพิเศษ โดยมีผู้สื่อข่าวจำนวนมากมาร่วมทำข่าวด้วย
ด้าน "นายสุชาติ ตันเจริญ" ส.ส.ฉะเชิงเทรา และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์ ชี้แจงว่า "นายวรรณา" หรือ "ส.จ.เปี๊ยก" เคยเป็นลูกน้องคนสนิทคนหนึ่ง ที่ตามปกติเวลาที่ "นายวรรณา" มาหาตน ก็จะแสดงความเคารพกราบตักตน เพราะว่าเคยช่วยชีวิต นายวรรณาไว้ เมื่อครั้งถูกยิงเกือบถึงชีวิต และก็ยังดูแลครอบครัวของ ส.จ.เปี๊ยก ที่มีหลายบ้านเป็นอย่างดี
เมื่อพบหน้าครั้งนี้ก็เป็นตนที่เป็นฝ่ายเข้าไปทักทาย โดยได้ใช้มือเคาะไปที่หัวในลักษณะที่ไม่ได้รุนแรง แต่เป็นการสัพยอกไปว่า ได้ยินว่า "ส.จ.เปี๊ยก" ชอบพูดจาว่าร้ายตนก็เพียงเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาข่มขู่ หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายอย่างที่ "ส.จ.เปี๊ยก" พยายามกล่าวหา เรื่องนี้สามารถสอบถามผุ้ที่อยู่ในงานได้ว่า เหตุการณ์เป็นอย่างไร เพราะทราบว่าในเฟซบุ๊กก็มีผู้ที่เห็นเหตุการณ์เข้าไปคอมเมนท์ถึงข่าวที่มีการนำเสนอในสื่อท้องถิ่นว่า เป็นเพียงการทักทายกันเท่านั้น ดังนั้นที่ "ส.จ.เปี๊ยก" บอกว่า จะไปแจ้งความนั้น ก็อาจจะเป็นการแจ้งความเท็จ
"ต้องถาม ส.จ.เปี๊ยก ว่าเหตุที่ทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต ทำลายชื่อเสียงคนที่มีบุญคุณกับชีวิต และทุกๆครอบครัวของ ส.จ.เปี๊ยก เป็นไปในลักษณะที่ชาวบ้านพูดกันและเรียกว่า "เนรคุณ" ใช่หรือไม่ เพียงเพราะต้องการผลประโยชน์ส่วนตัวที่รับใช้กลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้ามและในด้านการเมืองหรือเปล่า" นายสุชาติ ระบุ
"นายสุชาติ" กล่าวอีกว่า หากถ้ามีการทำร้ายร่างกาย และต่อว่าหยาบคายใส่ ส.จ.เปี๊ยก จริง คงเป็นไปไม่ได้ เพราะ ส.จ.เปี๊ยก ไปร่วมงานนี้นั้น มีลูกน้องที่มีลักษณะคล้ายพวกมือปืน ขับรถติดตามอีก 3-4 คัน และขณะเกิดเหตุก็ยืนอยู่ด้านหลังงาน เฝ้าคอยระวังให้ "ส.จ.เปี๊ยก" อยู่ตลอด จึงยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการทำร้ายร่างกายและข่มขู่ตามที่ "ส.จ.เปี๊ยก" กล่าวหา และท้ายที่สุดนี้ อยากฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ด้วยว่า ช่วงนี้ใกล้ถึงการเลือกตั้งใหญ่ ควรจะเข้มงวดกวดขันตรวจตราอาวุธปืน และอาวุธสงคราม ตลอดจนตรวจสอบประวัติมือปืนต่างๆ ให้เป็นตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ด้วย.