"วันนี้มาในนามของนายกรัฐมนตรี หัวหน้ารัฐบาล และคณะรัฐมนตรี ทุกโครงการ ผมเป็นคนนำเข้าครม. และพิจารณาร่วมกันในการอนุมัติ ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลทุกคนก็เป็นรัฐมนตรีจะต้องรับผิดชอบด้วยในการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐทั้งหมด" คำพูดของพล.อ.ประยุทธ์ ที่กล่าวในงานวานนี้
ปฏิบัติการชิงเสียงชาวนา จึงถือเป็นศึกใหญ่ของ 2ป. คือ "ป.ประยุทธ์ กับ ปชป." แน่นอน เพราะวันเดียวกัน เวลาใกล้เคียงกันของวานนี้ "จุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์" ในฐานะรองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ก็จัดกิจกรรมคิกออฟ โครงการประกันรายได้ ปีที่ 4 จ่ายส่วนต่างไร่ละ 1,000 บาท พร้อมโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรวานนี้ งวดแรกไร่ละ 1,000 บาท ทันที รวมเม็ดเงิน 1.4 หมื่นล้านบาท ในล็อตแรก
โดยนโยบายประกันรายได้เกษตรกร ประกันให้กับพืช 5 ชนิด ประกอบด้วย ข้าว มัน ยาง ปาล์ม และข้าวโพด ซึ่งจะทยอยจ่ายไปเรื่อยๆ จนครบ จากนั้นก็จะไปต่อที่พืชเศรษฐกิจชนิดอื่น แต่บางชนิด ราคายังสูงกว่าราคาประกัน ก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายนี่คือผลงานจากนโยบายหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ ที่โชว์กันเห็นๆ ในวันเดียวกับที่ "บิ๊กตู่" ไป จ.เพชรบูรณ์ มอบเงินให้ชาวนาเหมือนกัน จะเรียกว่าบังเอิญหรือไม่ในทางการเมืองย่อมรู้กันดี
อย่างไรก็ตาม ศึกระหว่าง 2ป. ยังไม่จบเท่านี้ เพราะยังมีคดีใหญ่จาก ป.ป.ช. ที่จะแถลงชี้มูลก่อนเลือกตั้ง คือ คดีทุจริตถุงมือยางแสนล้าน ขององค์การคลังสินค้า หรือ อคส. หน่วยงานภายใต้การกำกับของกระทรวงพาณิชย์ งานนี้ส่งผลทางการเมืองหรือไม่ คงอ่านกันไม่ยาก แม้จะไม่ถึงตัวรัฐมนตรี แต่จะมีการขยายผลผ่านสื่อและโซเชียลมีเดีย ชิงความได้เปรียบกันแน่นอน เพราะพรรคเพื่อไทยก็ต้องออกมาขยี้ซ้ำ ไม่ปล่อยโอกาสผ่านเลยไป
เรื่องแบบนี้ทำให้ใคร "นั่งบนภู ดูเสือกัดกัน" ถ้าไม่ใช่ "สิงห์ตู่" และหากไล่ดู คดีใหญ่ที่ ป.ป.ช.จะชี้มูล ทั้งจำนำข้าว ภาค 2 จีทูจีเก๊ มันสำปะหลัง ซึ่งจะชี้มูลความผิด ครม. 2 ชุด รวมไปถึงคดีถุงมือยาง โดยมีชื่อคนในแวดวงการเมืองขณะนี้ทั้งหมด ทุกคน ทุกขั้ว ทุกฝ่าย ไม่เว้นแม้แต่ "บิ๊กป้อม" และ "พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค" ที่ปรึกษานายกฯ
ทว่า มีคนเดียวที่อยู่รอดปลอดภัย คือ "นายกฯลุงตู่" สัญญาณแบบนี้ เชื่อว่าหลายฝ่ายคงอ่านออก คิดได้ ว่ากำลังบอกถึงอะไร