ด้าน "นายวิรัช พงษ์ฉบับนภา" หรือ โกฉุย กล่าวว่า ตนในฐานะเป็นคนเกาะสมุยโดยกำเนิด ในอนาคตหากเกาะสมุยไม่เตรียมความพร้อมการเดินทางเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวแล้ว อาจทำให้เกาะสมุยไม่ได้เป็นจุดหมายปลายทางการเดินทางของนักท่องเที่ยวได้ จากปัญหาการเดินทางโดยเรือเฟอร์รี่ที่ล่าช้า เครื่องบินก็มีขีดจำกัด และค่าโดยสารราคาสูง
ทั้งนี้ ตนได้ออกแบบสะพานไว้ ตั้งแต่ปี 2560 โดยคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอย มีช่องทางรถยนต์ และเลนสำหรับรถจักรยานยนต์ที่แยกส่วนเพื่อความปลอดภัย ส่วนบริเวณกึ่งกลางสะพานออกแบบเป็นจุดชมวิว มีที่จอดรถ เพื่อชมความงามของทะเลอ่าวไทยและถ่ายรูป ด้านล่างมีพื้นที่ช็อปปิ้งมอลล์ และลานสำหรับทำกิจกรรม
อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นการออกแบบด้วยแนวคิดส่วนตัว แต่ก็อยากให้รัฐบาลดำเนินการในแนวทางเดียวกัน เพื่อผลประโยชน์ในภาพรวม เชื่อว่าจะพลิกโฉมการท่องเที่ยวของไทย พลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศให้กลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง หลังจากซบเซามาจากหลายวิกฤตต่อเนื่อง
ส่วนมิติในเรื่องของคุณภาพชีวิตประชาชนนั้น ปัจจุบันเกาะสมุยมีโรงพยาบาลที่มีเครื่องมือทันสมัยเพียงไม่กี่แห่ง หากต้องรับการผ่าตัดกว่าจะนั่งเรือเฟอรี่ ก็ต้องใช้เวลานานกว่าจะถึงฝั่ง ส่งต่อไปยังโรงพยาบาล หลายคนต้องเสียชีวิต แต่ถ้ารักษาในโรงพยาบาลที่มีความพร้อม ก็ต้องใช้เงิน 3-5 ล้านบาท แต่ขณะเดียวกัน ต้นทุนอย่างบนเกาะสมุย จะสูงกว่าบนฝั่งแผ่นดินใหญ่มาก ทั้งราคาน้ำมัน ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง สินค้าอุปโภคบริโภค ที่สูงกว่าปกติ
"หากมีสะพาน ต้นทุนที่ทุกคนต้องแบกภาระจะลดลงตามไปด้วย ระยะทาง 18 กิโลเมตรไม่ไกล น้ำทะเลที่ไม่ลึก สึนามิไม่มี องค์ประกอบทั้งหมดพร้อมมาก สะพานนี้คือหัวใจและเป็นหยาดโลหิตของชาวสมุย" นายวิรัช กล่าว
ด้าน ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเกาะสมุย กล่าวว่า การสร้างสะพาน นอกจากจะสร้างเศรษฐกิจท่องเที่ยวของเกาะสมุยแล้ว ยังจะสามารถเป็นมรดกตกทอดไปอีก 100 ปี ในช่วงสถานการณ์โควิด นักท่องเที่ยชาวไทยมาสอนให้ชาวเกาะสมุยให้เป็นเจ้าบ้านที่น่ารัก จากเดิมที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่เมื่อสถานการณ์โควิดคลี่คลาย สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศที่อื่นเริ่มเปิด นักท่องเที่ยวไทยบนเกาะสมุยกลับหายไป ส่วนหนึ่งเพราะค่าเดินทางที่แพงมาก จากการผูกขาดของสายการบิน ดังนั้น จะเอาอะไรไปสู้กับจังหวัดอื่น การสร้างสะพานจะตอบโจทย์ในหลายมิติ
"ถ้าพรรคการเมืองไหนมาด้วยนโยบายเหล่านี้ เราต้อนรับอยู่แล้ว เรามากันไกลแล้ว และจะไม่กลับไปเป็นแบบเดิมอีก เราจะเดินหน้าต่อ และสะท้อนไปยังกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ให้ได้รู้ว่า ถึงเวลาแล้วกระบวนการเศรษฐกิจจะลงรูปลงรอยไปเอง"
ในขณะที่ชาวบ้าน และนักธุรกิจทั้งหมด เห็นด้วยกับแนวทางเดียวกันว่า หากมีสะพาน เศรษฐกิจทั้งฝั่งสมุยและขนอมจะดีขึ้น นักท่องเที่ยวระยะใกล้จะมีเวลาอยู่สมุยนานมากขึ้น มีโอกาสท่องเที่ยวที่ต่างๆ มากขึ้น เช่น เดินทางไหว้พระธาตุ วัดเจดีย์ ขอโชคลาภจากไอ้ไข่ พักที่ขนอม 1 คืน ตอนเช้าข้ามฝั่งไปสมุย ช่วยย่นระยะเวลาเดินทางได้มาก หรือจากสมุยมาเที่ยวที่ขนอม เพราะทะเลขนอม สิชล ก็สวยงามไม่แพ้กัน และพร้อมที่จะสนับสนุน พรรคชาติพัฒนากล้า ที่จะมาร่วมผลักดันให้เกิดสะพานแห่งความฝันของชาวสมุย ให้เกิดขึ้นจริง
นายกรณ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า หากชาวสมุยมีฉันทามติในการก่อสร้างสะพาน ต้องพูดให้เยอะ สื่อให้มาก รวมพลังชาวสมุย ส่งเสียงดังให้ผู้มีอำนาจในอนาคตต่อไป ในช่วงเลือกตั้งนักการเมืองถูกบังคับโดยกติกา ต้องถามเรื่องนี้ ว่าจะสนับสนุนหรือไม่ และจะสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมอย่างไร และถามด้วยว่าทำไมที่ผ่านมาไม่ทำ "เขาดีแต่พูดหรือจะสนับสนุนให้เกิดขึ้นจริง"
"เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องสมุย สุราษฎร์ฯ และพี่น้องชาวใต้โดยรวมแล้ว นี่เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ภาคใต้ พัฒนาได้อย่างแน่นอน ข้อกังวล และผลกระทบต้องอุดรูรั่ว และหาคำตอบให้คนที่เห็นต่างได้เข้าใจรอบด้าน" นายกรณ์ กล่าว