จำเลยซึ่งเป็นกรรมการและผู้เข้าร่วมการประชุม เป็นผู้ครอบครองเอกสารดังกล่าว และทราบดีว่าต้องมีการบันทึกชวเลข แถบเสียง หรือรายงานชวเลข และบันทึกการประชุมไว้และต้องเก็บรักษาไว้ที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรตามกฎหมาย แต่กลับแจ้งความเท็จว่าไม่มีการบันทึกการประชุม เพื่อเป็นเหตุไม่ต้องส่งเอกสารดังกล่าวต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ตามหมายเรียกพยานเอกสารข้างต้น
ทั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือนายชัชวาล อภิบาลศรี ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการเร่งรัดและติดตามโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ และเพื่อมิให้นายวัชระ โจทก์ได้ใช้เอกสารดังกล่าว เป็นหลักฐานในการต่อสู้คดีในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.838/2561 ของศาลอาญาดังกล่าว ซึ่งมีนายชัชวาล อภิบาลศรี เป็นโจทก์ การกระทำของจำเลย เป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน และเป็นการจงใจขัดขืนหมายหรือคำสั่งศาลให้ส่งทรัพย์หรือเอกสารในการพิจารณาคดี และเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ ผู้อื่นหรือประชาชน หรือปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย
จากผลการตรวจสอบปรากฎว่า
1.สำนักรายงานการประชุมและชวเลข มีหน้าที่จดและจัดทำรายงานการประชุมคณะกรรมการฯ แต่ไม่มีอำนาจพิจารณาอนุญาตให้ข้อมูลดังกล่าว เนื่องจากไม่ใช่เจ้าของข้อมูลที่แท้จริง
2.รายงานการประชุมของคณะกรรมการเร่งรัดและติดตามโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เจ้าของข้อมูลที่แท้จริง คือ คณะกรรมการเร่งรัดและติดตามโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ซึ่งเกี่ยวกับสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (นายนัฑ ผาสุข เลขาธิการวุฒิสภา เป็นกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการฯ)
3.สำนักรายงานการประชุมและชวเลข ได้ส่งมอบรายงานการประชุมฯ ของวันพุธที่ 7 มี.ค. 2561 และไฟล์เสียง (ในรูปแบบซีดี) ให้กับ น.ส.สิรินทร์ญาภา จันทพิรักษ์ ซึ่งเป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการเร่งรัดและติดตามโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่แล้ว เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2563
โจทก์ชี้ช่องให้สืบพยานให้ศาลเห็นว่าจำเลยปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายมีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ให้ได้รับความเสียหาย
วันนี้สืบพยานโจทก์เสร็จจำนวน 2 ปากและอนุญาตให้โจทก์นำพยานบุคคลเข้าเบิกความจำนวนอีก 3 ปากในวันที่ 1 และ 14 ก.พ. 2566
ก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้องทุกข้อหาโดยไม่ไต่สวนมูลฟ้อง แต่ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบไม่เห็นพ้องด้วยบางส่วน และพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนมูลฟ้องเฉพาะในความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 157
อนึ่ง ฐานความผิด มาตรา 137 ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 บัญญัติว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่1 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000 บาทถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ