"วราวิทย์" หมายถึง พล.อ.ประยุทธ์ค่อยๆรอดูก่อนได้
"รศ.ดร.ธนพร" ค่อยๆดูครับ เพราะอย่าลืมว่า พรรคไหนก็ตามที่จะเสนอชื่อ"ลุงตู่" ต้องมั่นใจก่อนว่าอย่างน้อยพรรคนั้นต้องได้ 25 ที่นั่งไม่เช่นนั้น คุณไม่มีสิทธิ์เสนอนะ พรรคไหนที่ดูๆแล้ว ยังไงก็ไม่ถึง 25 ที่นั่ง ก็ไปไม่ได้
"วราวิทย์" เหมือนเป็นเกมจ้องตา ใครจะกระพริบตาก่อนกัน ในขณะที่"พล.อ.ประยุทธ์" มองดูส.ส.ได้ และส.ส.ก็รอพล.อ.ประยุทธ์ว่าจะอยู่ไหน เพราะบางคนอาจจะคิดว่าคะแนน"พล.อ.ประยุทธ์"เอาไปหาเสียงได้ก็ย้ายตามไป ตกลงใครดูใครกันแน่
"รศ.ดร.ธนพร" ผมพูดตรงๆ วันนี้"ลุงตู่"เป็นคนที่ได้เปรียบที่สุดเพราะเป็นคนที่ต่อให้ไม่มีเลือกตั้งหรืออะไรก็แล้วแต่ "พล.อ.ประยุทธ์"มีทรัพยากรอยู่คนเดียว เพราะฉะนั้นเป็นความเสี่ยงของส.ส.ที่ต้องอ่านใจ "พล.อ.ประยุทธ์"ไม่จำเป็นต้องคิดหรอกครับ ว่าแกต้องไปแคร์ใคร เรื่องแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องของเพื่อนฝูง เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องของอำนาจ
"เพราะฉะนั้น ใจต้องนิ่ง จะคิดว่าคนนี้เป็นเพื่อนผมแล้วต้องเห็นใจคุณไม่เกี่ยว เพราะเรื่องนี้ เรื่องของตัวผมล้วนๆ เราก็ต้องคิดในมุม"ลุงตู่"บ้างเพราะทุกวันนี้ที่เราพูดๆกันอยู่ เรามองในมุของส.ส.ที่กดดัน"ลุงตู่" ว่าต้องตัดสินใจ ถ้าลองคิดว่าเราเป็น"ลุงตู่"แล้วจะรีบตันสินใจทำไมในเมื่อวันนี้ผมมีงบประมาณใช้วันละร้อยล้าน ผมอนุมัติได้ทุกวัน วันนี้เขาอยู่บนจุดสูงสุดเข้าปีที่ 8 เขาไม่คิดถึงคนอื่นหรอกครับ วันนี้เอาตัวเองให้รอดก่อนแล้วต้องอยู่ในจุดที่ตัวเองได้เปรียบที่สุดเขาไม่แคร์คนอื่นหรอกครับ"
ผมจะบอกว่าท่านจะมาแคร์คนที่ซึ่งเป็นส.ส.สมัยแรก เกาะใบบุญท่าน แล้วท่านจะต้องไปรักเอาใจเป็นพิเศษจนตัวเองต้องมาอยู่ในจุดที่จะต้องเสี่ยงเพื่อคนพวกนี้ไว้ ในความเป็นจริงของ"พล.อ.ประยุทธ์"ไม่มี เขาคิดถึงแต่ว่าฉันจะตัดสินใจ เมื่อฉันได้เปรียบที่สุดและเกมนี้ฉันต้องเป็นคนกำหนด วันนี้ยิ่งตัดสินใจช้ายิ่งกำหนดง่าย ไม่ว่าจะปีกไหนทั้งนั้นกำหนดง่ายหมด คนที่เดือดร้อนจริงๆ คือคนที่เกาะใบบุญมาในปี 62 "พล.อ.ประยุทธ์"ไม่จำเป็นต้องแคร์ทั้งสองกลุ่ม ไม่มีความจำเป็น
ชมคลิป >>>