สำหรับหัวใจของการแก้แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ
1.ส่วนของการปลดล็อกทุนจดทะเบียน และกำลังการผลิตเพื่อให้รายย่อยทำได้
2.เงื่อนไขสำหรับการปกป้องสังคมและประชาชน เช่น ผู้ผลิตต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป เพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนไม่ให้เข้าสู่วงจรการผลิตเสียเอง เพราะลำพังเพียงกินดื่มก็ห้ามยากแล้ว ซึ่งเรื่องแบบนี้ฝ่ายค้านต้องตระหนักบ้าง
ส่วนเงื่อนไขที่ต้องทำตาม พ.ร.บ.โรงงาน นั้น มีสำหรับรายขนาดกลางและขนาดใหญ่เท่านั้น ส่วนรายเล็กที่ผลิตที่บ้านนั้น มีข้อกำหนดเพียงให้เป็นสถานที่ซึ่งมีความเหมาะสม ปลอดภัยและต้องมาขออนุญาตก่อน จะให้ทุกรายตั้งแบบไม่มีเงื่อนไขได้อย่างไร
"ถ้าส่งผลกระทบต่อคนรอบข้างจะทำอย่างไร เวลามีคนร้องเรียนว่าสร้างความเดือดร้อนจะใช้กฎหมายใดไปแก้ไข หากให้อิสระทำได้ทุกอย่างขนาดนั้น รู้หรือไม่ว่าโรงสุรามีน้ำเสีย มีกลิ่น มีแหล่งความร้อน เช่น การตั้งหม้อกลั่น และแอลกอฮอล์จากสุราก็คือเชื้อเพลิงดีๆนี่เอง อันตรายเกิดขึ้นได้ใช่ไหม จะไม่ให้มีเงื่อนไขเพื่อความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร" นายธนกร ระบุ
ส่วนการให้รายเล็กขยายขึ้นเป็นขนาดกลาง ก็ให้มีระยะเวลาดำเนินกิจการก่อน 1 ปี เพื่อดูความพร้อม ความปลอดภัย ปัญหาคุณภาพ สิ่งปนเปื้อน ความสะอาด หรือแม้แต่การร้องเรียนต่างๆ หากดำเนินการด้วยดี ก็ไม่มีปัญหาอะไรที่จะขยายกิจการต่อไป มาตรฐานคุณภาพสุรา ก็มีความสำคัญมาก รายเล็กรายใหญ่ก็ต้องผลิตที่มาตรฐานขั้นต่ำเท่าเทียมกัน เพราะสิ่งปนเปื้อนในการหมักสุราหรือเบียร์นั้นมีมาก เช่น อะซีตัลดีไฮด์ที่เกิดจากการหมัก สารปนเปื้อน เช่น ยากำจัดศัตรูพืช สารโลหะหนัก สารเหล่านี้ส่งผลร้ายต่อสมอง ตับไต ก็ต้องป้องกันประชาชนส่วนใหญ่ที่เป็นผู้บริโภคด้วย
"รัฐบาลต้องเสียงบประมาณดูแลสุขภาพประชาชนเพิ่มอีกปีละกี่แสนล้าน ถ้าปล่อยปละละเลย จึงต้องมีเงื่อนไขด้านมาตรฐานคุณภาพสุรา ดังนั้น รัฐบาลจึงออกกฎกระทรวง ที่ทั้งเปิดกว้างให้มีการผลิตรายย่อยได้ มีการยกเลิกเงื่อนไขกำลังแรงม้าของเครื่องจักร และทุนจดทะเบียนแล้ว ในขณะที่ต้องมีเงื่อนไขครอบคลุมการปกป้องเยาวชน ปกป้องสิ่งแวดล้อมจากการผลิต ปกป้องสุขภาพของประชาชน ล้วนเป็นเงื่อนไขที่มีขึ้นเพื่อประโยชน์ต่อเยาวชนและประชาชนส่วนรวม ไม่ใช่คิดถึงแต่เรื่องเสรีอย่างเดียว" นายธนกร ระบุ
นอกจากนี้ ที่สำคัญการออกเป็นกฎกระทรวงรอบนี้มีผลทันที ไม่ต้องรอผ่านร่าง พ.ร.บ. และไม่ต้องรอออกกฎกระทรวงอีกรอบภายหลัง ซึ่งหากรัฐบาลหน้าไม่ยอมออกกฎกระทรวงจะทำอย่างไร ดังนั้น รัฐบาลนี้ทำให้แล้ว กฎกระทรวงนี้ดีที่สุดกับทุกฝ่ายแล้ว จึงขอให้ฝ่ายค้านเข้าใจและอย่าคิดแบบไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคมเช่นนี้อีก ต้องหัดมองให้ครบทุกมิติ