โดยในช่วงเช้าจุดแรก น.ส.แพรทองธาร พร้อมคณะได้แวะเยี่ยมศูนย์บรรเทาทุกข์น้ำท่วม เทศบาลนครอุบลราชธานี ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการรับเรื่องช่วยเหลือ ทั้งการรับลงทะเบียนผู้ประสบภัยน้ำท่วมเบื้องต้น พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น เรือ ทราย รวมถึงหน่วยพยาบาล ข้าวสาร อาหารแห้ง และโรงประกอบอาหาร
จากนั้นคณะเดินทางไปยัง อ.วารินชำราบ เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจที่ศูนย์อพยพ เขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ ซึ่งจุดนี้มีประชาชนกว่า 1,000 ครัวเรือน ที่อพยพจากน้ำท่วม โดยมาจาก ตำบลบุ่งไหม และในเขตเทศบาลเมืองวารินฯ โดยอาศัยพักพิงอยู่กว่า 2 เดือนแล้ว แม้ว่าขณะนี้ระดับน้ำจะลดลงแล้ว แต่ยังไม่สามารถกลับเข้าไปอาศัยที่บ้านได้ เนื่องจากบางจุดน้ำยังท่วมสูง ท่วมหลังคาบ้านชั้นเดียว และระดับน้ำยังสูงท่วมบริเวณชั้นล่างของบ้าน 2 ชั้น ซึ่งในจุดนี้แม้ว่าประชาชนจะประสบอุทกภัยน้ำ แต่ยังมีน้ำใจตามประเพณีของคนอีสาน เมื่อมีแขกมาเยือนจะต้องนำผ้าขาวม้ามาผูกเอวเพื่อต้อนรับ
อย่างไรก็ตามมีช่วงหนึ่ง ได้มีการแวะทักทายถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ คุณยายอายุ 82 ปี ผู้ประสบภัยที่อาศัยในศูนย์อพยพมากว่า 1 เดือนโดยคุณยายบอกว่า “อยากกลับบ้านแล้ว” นอกจากนี้ยังมีเสียงสะท้อนจากชาวบ้านว่า ในปี 2565 น้ำท่วมนานและหนักกว่าปี 2562 แต่ความช่วยเหลือยังเข้าไม่ถึงหรือ เข้าถึงน้อย ทั้งจากหน่วยงานราชการและเอกชน โดยชาวบ้านยอมรับว่าปัจจัยหนึ่งอาจจะมาจากข้อห้าม 180 วันของกกต. ที่เป็นอุปสรรคในการช่วยเหลือ และหลังออกมาอยู่ศูนย์อพยพฯ นอกจากถูกน้ำท่วมแล้วยังถูกซ้ำเติมด้วยขโมยขึ้นบ้านอีก