"ขณะที่งบประมาณสนับสนุนค่าปัจจัยการผลิต มีวงเงิน 112.3 ล้านบาท ที่ประชาชนจังหวัดเพชรบูรณ์นำมาร้องเรียน เป็นเงินที่การยาสูบอนุมัติแต่ยังไม่ได้มีการชำระ ร้อยละ 50 ประมาณ 56 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 56 ล้าน การยาสูบยังอยู่ระหว่างการเสนอขออนุมัติงบกลางตามระเบียบขั้นตอนต่อไป" นายอนุชา กล่าว
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การยาสูบ คาดว่าจะใส่เงินให้กับเกษตรกรได้ ช่วงประมาณเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม ซึ่งในวัฒนธรรมดนตรีได้ทำความเข้าใจในส่วนที่คลาดเคลื่อน สรุปแล้วเงินเยียวยางบประมาณไม่ได้หายไปไหน แต่อยู่ในระหว่างขั้นตอนการพิจารณานำเสนอหลักเกณฑ์การชำระ
ขณะที่ "นายสันติ พร้อมพัฒน์" รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทวงถามถึงเงินเยียวยาเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบ จ.เพชรบูรณ์ จำนวน 50 ล้านบาท ว่า เป็นข้อมูลที่นายกรัฐมนตรีได้รับฟังระหว่างลงพื้นที่น้ำท่วมที่ จ.เพชรบูรณ์ เมื่อประชุม ครม. สัปดาห์ที่แล้ว
"นายกฯ จึงได้สอบถามผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เรื่องเงินเยียวยาเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบที่เพชรบูรณ์และทั่วประเทศ ใช้เงินกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งจะไปสมทบกับเงินของการยาสูบอีก 60 กว่าล้านบาท แต่ผู้อำนวยการสำนักงานงบฯ เข้าใจผิด จึงแจ้งนายกฯ ว่า เงินเยียวยาเกษตรยาสูบ สำนักงบฯ ได้จ่ายให้กับเกษตรกรแล้ว แต่ความเป็นจริงเป็นคนละยอดกัน" นายสันติ กล่าว
"รมช.คลัง" กล่าวต่อไปว่า โดยงบที่ได้จัดสรรผ่านกรมบัญชีกลาง เป็นการเยียวยา ปี 62/63 นายกฯ จึงเข้าใจว่าจัดสรรแล้วเงินไปไหน ทั้งที่ความเป็นจริง เงินได้จ่ายถึงเกษตรผู้ปลูกยาสูบทั่วประเทศแล้ววงเงิน 160 ล้านบาท พร้อมระบุว่า การจ่ายเงินเยียวยา จะเป็นการจ่ายผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส. เพื่อจ่ายตรงเข้าบัญชีเกษตรกร ซึ่งเงินจะไม่ผ่านมือใครเลย
"นายสันติ" ยังกล่าวอีกว่า เงินเยียวยารอบใหม่ ทางยาสูบยังไม่มีการของบประมาณมายังกระทรวงการคลัง ซึ่งงบรอบใหม่ราวกว่า 50 ล้านบาท และสบทบกับเงินของการยาสูบอีกกว่า 60 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 120 ล้านบาท
ส่วนที่ถามว่าเงินไปไหนนั้น ขอย้ำว่า ได้จ่ายไปทั้งหมดแล้ว ซึ่งนายกฯ เข้าใจเรื่องนี้แล้ว และได้พูดในที่ประชุม ครม. ว่า เงินจำนวนดังกล่าวได้จ่ายให้เกษตรกรชาวยาสูบแล้ว และที่เกษตรกรทวงถามนั้นเป็นเงินที่ขอมาใหม่เพื่อเยียวยา ดังนั้นขอย้ำว่า "เงินไม่ได้หายไปไหน"
ส่วนจะต้องไปชี้แจงกับชาวยาสูบอีกหรือไม่ "นายสันติ" กล่าวว่า เรื่องนี้เกษตรกรทราบดีอยู่แล้ว พร้อมฝากสื่อช่วยนำเสนอข่าวด้วย