เมื่อถามถึง โครงการแผนบริหารจัดการน้ำในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท ทางพรรคเพื่อไทยจะนำมาสานต่อหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าว เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป การดูแลเรื่องน้ำนั้นคงต้องกลับมาแน่นอน แต่ในรายละเอียด ต้องถามความเห็นกับทางพรรคเพื่อไทย และผู้เชี่ยวชาญทางด้านน้ำก่อน และยืนยันจะนำนโยบายดังกล่าวกลับมาปรับปรุง แก้ไขกันต่อไป
ส่วนการลงพื้นที่อยากจะพบประชาชนที่ประสบอุทกภัยในภาคอีสาน ที่ จ.อุบลราชธานี เพราะเห็นประชาชนลำบากมาก จึงอยากไปให้กำลังใจ เพราะการลงพื้นที่ก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้มาก เดี๋ยวจะผิดกฎหมาย ยืนยันจะดูเวลาเพื่อลงพื้นที่ต่อไป
ด้าน นายประเสริฐ กล่าวว่า เดิมพรรคเพื่อไทยเคยมีแผนบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งขณะนั้นพรรคได้มีแผนบูรณาการน้ำทั้งระบบ แต่ระหว่างนั้นมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านการเมืองก่อน ทำให้แผนนั้นหยุดชะงักลง ถ้าพรรคเพื่อไทยมีโอกาสได้เป็นรัฐบาลจะยึดแผนดังกล่าวอยู่ แต่ก็ต้อง มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายไปบ้าง เพราะด้วยสถานการณ์ในวันนี้ (11ต.ค.) กับวันนั้น มีความแตกต่างกันมา10 ปีแล้ว อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
เมื่อถามว่า ถ้าวันนี้แผนบริหารจัดการน้ำดังกล่าวยังคงอยู่ สถานการณ์น้ำท่วมในวันนี้จะดีขึ้นหรือไม่ นาย ประเสริฐ กล่าวว่า ตนมั่นใจว่าดีขึ้น ถ้าแผนนี้ยังอยู่และได้รับการปฏิบัติ ส่วนการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลในขณะนี้ ตนคิดว่า 8 ปีของรัฐบาลน้ำก็ยังท่วมอยู่ทุกปี และพรรคได้ฟังเสียงสะท้อนจากชาวบ้าน ปีนี้น้ำท่วมสูงขึ้น ถ้ามองดูแผนของรัฐบาลที่ทำมา การใช้งบกลางหรืองบบริหารจัดการน้ำ จะเป็นโครงการลักษณะเบี้ยหัวแตก
"เป็นโครงการขนาดเล็กซึ่งไม่ได้แก้ไขปัญหาเรื่องน้ำในทั้งระบบ เพราะฉะนั้นโครงการอย่างนี้ ถ้ามีฝนตก พายุดีเปรสชั่น น้ำจึงท่วมตลอดเวลา ดังนั้น โครงการดังกล่าวของรัฐบาล เป็นการแก้ไขปัญหาน้ำไม่ได้ผล แต่ต้องแก้ปัญหาเรื่องน้ำได้ทั้งระบบและตอบโจทย์ประชาชนได้แท้จริง ยืนยันจะนำแผนบริหารจัดการน้ำทั้งระบบมาผลักดันเป็นนโยบายต่อไป" นายประเสริฐ กล่าว
เมื่อถามถึงการลงพื้นที่ของพรรคเพื่อไทยจะกังวลเรื่องขัดต่อระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในช่วง 180 วันหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ตอนนี้การลงพื้นที่ของพรรคเพื่อไทยไม่ได้ขัดระเบียบของ กกต. วันนี้ หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยและคณะมาให้กำลังใจ ซึ่งประชาชนก็ ก็นำน้ำมาให้ซึ่งเป็นการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน แต่ก็อยากให้พี่น้องผ่านพ้นวิกฤตนี้ก่อน