ซึ่งจากคำถามสู่คำตอบของ "อุ๊งอิ๊งค์" กลายเป็นมุมสะท้อนที่หวังผลต่อการเลือกตั้งครั้งหน้า ว่าจะเป็นไปในทิศทางใด รวมถึงภารกิจที่ตั้งไว้ สำเร็จลุล่วงหรือไม่
โดย "รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว" นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา วิเคราะห์ผ่าน "เนชั่นทีวี" ถึงท่าที "อุ๊งอิ๊งค์" ว่า การออกมาพูดลักษณะนี้ ถือว่าไม่เร็ว เนื่องจากพรรคเพื่อไทยเอง ก็ถูกแรงกดดันก่อนหน้านี้ จากข้อกล่าวหาของคนหนุ่มสาว ที่ว่า "สู้ไปกราบไป" ทำให้มวลชนแฟนคลับ ตั้งข้อสังเกต โดยเฉพาะคนเสื้อแดง เริ่มตาสว่างกับปม ม.112
รศ.ดร.โอฬาร บอกว่า หากยังจำได้ก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยเคยพูดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดย "ชัยเกษม นิติสิริ" ที่บอกว่าขอดูรายละเอียดการแก้ไขกฎหมาย หรือจุดยืนเพื่อไทยช่วงปี 62 ที่บอกเข้าใจการชุมนุมกลุ่มวัยรุ่น แต่หลังจากนั้น คุณทักษิณ ชินวัตร ออกมาเบรก และวิจารณ์ ไม่เข้าใจเรื่อง ม.112 ซึ่งปมเหล่านี้ทำให้เพื่อไทย ถูกตั้งคำถาม สู้ไปกราบไป และไม่ชัดต่อการแก้ปัญหาเหล่านี้
"คุณอุ๊งอิ๊งค์พยายามสร้างสื่อสารการเมือง เพื่อดึงกลุ่มคนเหล่านี้กลับมาสู้ แต่การพูดถึง 112 ไม่ตรงไปตรงมา เพราะเกรงจะกระทบสถานะพรรค ซึ่งเชื่อว่าคุณทักษิณ ไม่เอาเรื่องนี้ แต่การสื่อสารก็หวังเอาใจแฟนคลับให้กลับมานิยมชมชอบ แต่ตัวคุณทักษิณ ไม่แตะ เพราะต้องพึ่งพาคนชั้นสูงทางสังคม เพื่อพากลับประเทศ" นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ระบุ