ที่มีมูลความผิดอาญาฐานเป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจตัดสินใจในการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งเป็นการใช้อำนาจในตำแหน่งทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ฐานเป็นเจ้าพนักงานเข้ามีผลประโยชน์ทับซ้อน ตามมาตรา 152 และฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตหรือประพฤติมิชอบ ตามมาตรา 157 รวมถึงไต่สวนและวินิจฉัยบริษัท จัดการทรัพย์สินและชุมชน จำกัด (CEMCO) ซึ่งมีนายพิษณุพร อุทกภาชน์ เป็นกรรมการ และบริษัทเคหะสุขประชา จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีนายพิษณุพร อุทกภาชน์ เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการเอื้อประโยชน์หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าหน้าที่รัฐ ที่เข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.ป. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 หรือไม่
นายณัฐชา กล่าวอีกว่า หากติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเห็นความผิดปกติของเรื่องดังกล่าวทุกจุด ดังนั้นตนขอให้ป.ป.ช.ใช้อำนาจในการสืบหาข้อเท็จจริงเรื่องนี้ เพราะการที่เจ้าหน้าที่รัฐทุจริตเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่บุคคลนั้น เป็นระบอบปรสิตที่เบียดเบียนประเทศไทย แน่นอนว่าตนและพรรคก้าวไกลไม่สามารถยอมรับได้ จึงอยากฝากถึงคณะกรรมการป.ป.ช.ว่า ทุกเรื่องที่พรรคก้าวไกลได้ยื่นร้องไปมีหลักฐานที่บ่งชี้ชัดเจน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าป.ป.ช.จะวินิจฉัยและให้ความกระจ่างแก่สังคมได้