ส่วนกรณี "นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว" ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้แสดงความยินดีกรณีพรรคพลังประชารัฐ จะเสนอหัวหน้าพรรคเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีนั้น ซึ่งเรื่องนี้ต้องมีการพูดคุยกันในส่วนของพรรค จะคิดส่วนตัวไม่ได้ และตนมองว่าสิ่งที่ นพ.ชลน่าน พูด กับกรณีที่พรรคเพื่อไทยอาจจะเสนอนายนพ.ชลน่าน เป็นแคนดิเดตนายกฯ ก็ได้ เนื่องจากเป็นหัวหน้าพรรค ดังนั้น ต้องถามกลับไปว่าพรรคเพื่อไทยจะเสนอ นพ.ชลน่าน หรือไม่
"หากพรรพลังประชารัฐเสนอ พล.อ.ประวิตร เป็นนายกฯ เพื่อไทยก็น่าจะเสนอ นพ.ชลน่าน หากเป็นการคิดในตรรกะเดียวกัน แต่หากทุกอย่างไม่ได้อยู่บนตรรกะเดียวกัน ก็ต้องอยู่กับที่ประชุม อยู่ที่ความลงตัวและช่วงเวลานั้นๆ" รมว.แรงงาน ระบุ
ส่วนจะมีการส่งแคนดิเดตนายกฯ 3 คนหรือไม่นั้น ส่วนตัวไม่มีสิทธิ์หรืออำนาจตัดสินใจ แต่ยืนยันว่าไม่มีรอยร้าวเกิดขึ้นในพรรคพลังประชารัฐ เพราะทั้งพล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร ลงพื้นที่หนักมาก และวานนี้พล.อ.ประยุทธ์ ก็ได้พูดว่าเป็นห่วงพล.อ.ประวิตร เพราะลงพื้นที่ติดต่อกันหลายวัน ดังนั้น จึงต้องให้กำลังใจทั้งสองท่าน
เมื่อถามย้ำว่า แกนนำพรรคพลังประชารัฐมองว่าแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคควรมีมากกว่า 1 คนหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า วันนี้สื่อหรือนักกฎหมายตีความว่าพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ได้ถึงปี 2568 จึงเป็นเรื่องปกติที่ต้องเสนอคนที่ 2 และ 3 เผื่อไว้ แต่จะออกมาพูดว่าส่งใครเป็นที่ 2 ที่ 3 ตอนนี้คงไม่ได้ ต้องมีการพูดคุยและออกเป็นมติพรรค
สำหรับบทบาท "พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา" อดีต ผบ.ตร. ในพรรคพลังประชารัฐขณะนี้ นายสุชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ เข้ามาช่วยในส่วนที่พรรคยังไม่แข็งแรงในโซนอีสาน แต่ในส่วนอื่นไม่ได้เข้ามาเกี่ยว เพราะภาคใคร ภาคมัน ส่วนจะไปถึงขั้นเป็นหนึ่งในแคนดิเดตของพรรคหรือไม่ ตนยังพูดไม่ได้เพราะเป็นเรื่องที่ต้องลงมติ หากพูดไปจะเสียมารยาท เพราะเป็นแค่คนคนเดียวและในพรรคยังไม่มีการพูดคุยเรื่องนี้
"ส่วนการพูดคุยกับส.ส. ผมยอมรับว่ามีความสนิทสนมในโซนภาคกลาง ภาคตะวันออก และตะวันตก เพราะเป็นเพื่อนที่คบกันมา ก็มีการพูดคุยกันในวันที่พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งทุกคนดีใจเพราะเป็นนายกฯ ที่พรรคพลังประชารัฐเสนอ และกลับมาโดยใสสะอาด และเป็นเอกฉันท์ทุกอย่าง และทำให้มีพลังให้เราเดินต่อไปได้" นายสุชาติ กล่าว