เปิดโรดแมป"ประยุทธ์"-กับทาง 3 แพร่งบนถนนการเมือง
01 ต.ค. 2565 | chairat_pat

พลันที่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา"รอดพ้นเงื้อมมือศาลรัฐธรรมนูญ จากผลคำวินิจฉัยยังไม่ครบอายุการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก่อนมีเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 ให้อยู่ต่อ
ข่าว
01 ต.ค. 2565 | chairat_pat

พลันที่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา"รอดพ้นเงื้อมมือศาลรัฐธรรมนูญ จากผลคำวินิจฉัยยังไม่ครบอายุการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก่อนมีเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 ให้อยู่ต่อ
แม้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะซึ่งมีผลผูกพันต่อทุกองค์กร แต่ทีมยุทธศาสตร์ "ลุงตู่" ประเมินถึงความเป็นไปทางการเมืองนับจากนี้
-นายกฯจะอยู่ครบเทอม ไม่รีบชิงยุบสภา หรือชิงความได้เปรียบทางการเมือง เพราะมุ่งมั่นแก้ปัญหาประเทศ
-เลือกตั้งสมัยหน้า มีทางสองแพร่ง
ทางแรก สถานการณ์การเมืองโลกน่าห่วง มีการแบ่งขั้วชัดเจน และอาจเกิดสงครามใหญ่ ถือเป็นเรื่องความมั่นคง ดังนั้น ต้องใช้บุคลากรอย่าง 3ป. โดยเฉพาะนายกฯ ที่รวมพลังฝั่งราชการได้ดีกว่าฝ่ายการเมือง
ทางที่สอง เป็นไปได้ที่นายกฯจะ "พอแล้ว" หมายถึงจบวาระนี้ หากแก้ปัญหาประเทศได้ และสถานการณ์การเมืองโลกคลี่คลาย
แต่ถ้าหากไปดูท่าที พล.อ.ประยุทธ์ เพราะคล้อยหลังจากผลคำวินิจฉัยศาลออกมา ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ซึ่งสรุปความได้ดังนี้
-แสดงความเคารพศาล
-ขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้กำลังใจ
-หนึ่งเดือนที่ผ่านมา หรือ ช่วงหยุดปฏิบัติหน้าที่ เป็นโอกาสให้ได้พิจารณาและตระหนักมากขึ้นว่า ต้องใช้เวลาให้มีค่ามากที่สุด ผลักดันโครงการที่สำคัญให้สำเร็จ เพราะรัฐบาลมีเวลาจำกัดมาก ขีดเส้นใต้ประโยคนี้ แปลความได้ว่า ช่วงหยุดปฏิบัติหน้าที่ 1 เดือน ไม่ได้คิดจะวางมือ แต่คิดจะผลักดันงานต่อ
-เดินหน้ากลยุทธ์ 3 แกน (แกนโครงสร้างพื้นฐาน / แกนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า / แกนภาคธนาคาร นวัตกรรมการเงิน) ลุยสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งกายภาพ (ถนน ทางรถไฟ สนามบิน ฯลฯ) และดิจิทัล
-เป้าหมาย ทำมาหากินมั่งคั่ง ผลผลิตทางการเกษตรราคาสูง และเปิดตลาดการท่องเที่ยใหม่ๆ
-"บิ๊กตู่"ทิ้งท้ายว่า มาถูกทางแล้ว ต้องทำให้เสร็จ
**ถ้ายังจำกันได้ กลยุทธ์ 3 แกน เมื่อวันที่ 8 ก.ค.65 พล.อ.ประยุทธ์ เคยพูดด้วยว่าจะใช้เวลาอีก 2 ปีจะเห็นผล จนเกิดกระแสวิจารณ์ว่าเตรียมไปต่ออีกสมัย
**เมื่อรวมกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ช่างตรงกันพอดิบพอดี นั่นเท่ากับ "บิ๊กตู่" วางอนาคตตัวเองล่วงหน้า คือ น่าจะไปต่อ แม้เหลือระยะเวลาดำรงตำแหน่งนายกฯ หลังสิ้นวาระนี้ แค่ 2 ปีก็ตาม
แต่ก็เปรียบได้ดั่ง "บูมเมอแรง" การเมือง เพราะนับเป็นความท้าทายของ "บิ๊กตู่" ในการดำรงตำแหน่งนายกฯ กับวาระนี้ คือ
1.ปรับ ครม. แก้ปัญหาพรรคร่วมรัฐบาลขัดแย้ง
-จะปรับหรือไม่ ถ้าปรับแล้ว เป็นอย่างไร เนื่องจากส่งผลกระทบต่อพรรคพลังประชารัฐ เช่น ไม่ปรับให้กลุ่มปากน้ำให้ได้เก้าอี้ ก็อาจตีจาก จน พปชร. เสียบ้านใหญ่ แต่ถ้าปรับให้กลุ่มปากน้ำ "บิ๊กป๊อก" จะว่าอย่างไร เพราะโดนโหวตสวนในศึกซักฟอกครั้งล่าสุด จึงเป็นงานยาก
-การบริหารการเมืองของนายกฯ จะอ่อนไหวมาก ส่งผลกระทบทั้งคะแนนนิยมตัวเอง และพรรคพลังประชารัฐ
-สไตล์ "บิ๊กตู่" ลอยตัว ในคำแถลงที่โพสต์เฟซบุ๊ก ยังเขียนไว้ท่อนหนึ่งว่า "เรื่องการเมือง และประเด็นรายวันต่างๆ ให้ท่านอื่นตอบ"
2.แก้ปัญหาเศรษฐกิจให้เห็นผล เพราะตอนนี้ทั้งไทยและทั้งโลก เจอปัญหาค่าเงินผันผวน หรือ (บาทอ่อน) และดอกเบี้ยปรับสูงขึ้น ซึ่งกระทบกับคนชั้นกลาง และคนทำมาหากิน
3.เป็นเจ้าภาพจัดประชุมเอเปค
ทั้งหมดเป็นเพียงโรดแมปเบื้องต้น ที่พอให้เห็นภาพว่า จากนี้ไปเส้นทาง "ลุงตู่" บนโลกการเมือง จะต้องเผชิญกับอะไร ท่ามกลางคำว่า "ภารกิจ" ให้ลุล่วง ที่เป็นตัวค้ำคออยู่