อย่างไรก็ตาม ภายหลัง นางนาที ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่รู้สึกกังวล เพราะไม่ได้ทุจริตต่อหน้าที่ พยานหลักฐานที่จะยื่นต่อศาลก็เป็นเรื่องจริง โดยในวันที่มีการลงมติร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2563 มีหลักฐานว่า เจ้าหน้าที่ไปเช็กอินที่สนามบินสุวรรณภูมิให้ตนล่วงหน้า ก่อนจะเดินทางไปนอกราชอาณาจักร
โดยในช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. ตนยังอยู่ในที่ประชุมเพื่อลงมติ ดังนั้น คำร้องป.ป.ช. ที่ร้องว่าออกจากสภาตอนเวลา 12.00 น. นั้น เป็นไปไม่ได้ และเชื่อว่าคดีจะไม่กระทบต่อคะแนนเสียง เนื่องจากตนเดินทางลงพื้นที่รับผิดชอบในภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัดอย่างต่อเนื่อง และพรรคภูมิใจไทยเน้นการทำงานมากกว่าการให้สัมภาษณ์สื่อ
ด้าน นายฉลอง กล่าวยอมรับว่า วันที่ลงมติร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายฯ 2563 ตนไม่ได้อยู่ในที่ประชุม เนื่องจากได้รับเชิญไปเป็นประธานในงานวันเด็ก โดยการเดินทางลงพื้นที่ก็เป็นไปอย่างเปิดเผย ไม่มีการปิดบัง ฝ่ายตรงข้ามก็เห็นตลอด แต่ตนได้ลืมบัตรไว้ที่สภาฯ และไม่ทราบว่าใครเป็นผู้นำบัตรของตนไปใช้ ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการฝากบัตรให้เสียบแทน เพราะรู้ว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และเห็นว่าการฝากบัตรให้เสียบแทนไม่มีประโยชน์อะไร เพราะเสียงของรัฐบาลก็สามารถผ่านร่างฯ ได้อยู่แล้ว
ขณะที่ นายภูมิศิษฏ์ กล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า ตนได้ยื่นคำคัดค้านให้ศาลทั้งหมดแล้ว ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล โดยยืนยันว่าวันที่ 11 ม.ค. ที่มีการลงมติ ตนได้เดินทางกลับมาร่วมลงคะแนน เนื่องจากเห็นว่าการประชุมยังไม่แล้วเสร็จ