เนชั่นทีวี

ข่าว

สุนทรพจน์ทิ้งทวน! เลขาฯ ยูเอ็นเตือน 'ช่วงเวลาแห่งความจริง' กู้วิกฤตโลกร้อน

08 พ.ย. 2569 | apirak_pra

สุนทรพจน์ทิ้งทวน! เลขาฯ ยูเอ็นเตือน 'ช่วงเวลาแห่งความจริง' กู้วิกฤตโลกร้อน

อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการยูเอ็น ทิ้งทวนก่อนหมดวาระ เตือนผู้นำโลกในเวที COP31 ที่ตุรกี ชี้ถึง "ช่วงเวลาแห่งความจริง" หยุดโยนความรับผิดชอบแก้วิกฤตโลกร้อน

อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการยูเอ็น ทิ้งทวนก่อนหมดวาระ เตือนผู้นำโลกในเวที COP31 ที่ตุรกี ชี้ถึง "ช่วงเวลาแห่งความจริง" หยุดโยนความรับผิดชอบแก้วิกฤตโลกร้อน

KEY

POINTS

  • เลขาธิการยูเอ็นกล่าวสุนทรพจน์ทิ้งทวนก่อนหมดวาระ เตือนผู้นำโลกว่ากำลังเผชิญ "ช่วงเวลาแห่งความจริง" ที่ต้องลงมือแก้ปัญหาวิกฤตโลกร้อนทันทีโดยไม่สามารถผลักภาระได้อีก
  • กูเตอร์เรสยอมรับว่าเป้าหมายจำกัดอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียสตามข้อตกลงปารีส "ไม่เป็นความจริงอีกต่อไป" เนื่องจากปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สูงเกินไป
  • เขาระบุว่าความล้มเหลวในการแก้ปัญหาเกิดจาก "ความล้มเหลวของผู้นำทางการเมือง" และเรียกร้องให้เก็บภาษีลาภลอยจากบริษัทพลังงานฟอสซิลเพื่อช่วยเหลือประเทศที่ได้รับผลกระทบ

อันโตนิโอ กูเตอร์เรส (António Guterres) เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) ส่งสารเตือนภัยครั้งสำคัญและเร่งด่วนที่สุดไปยังผู้นำทั่วโลก ก่อนการเปิดฉากการประชุมสมัชชาประเทศภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 31 (COP31) ณ เมืองอันตัลยา ประเทศตุรกี โดยย้ำเตือนอย่างหนักแน่นว่า โลกกำลังเผชิญหน้ากับ "ช่วงเวลาแห่งความจริง" (Moment of Truth) และไม่อาจผัดวันประกันพรุ่งหรือเล่นเกมโยนความรับผิดชอบข้ามไปมาได้อีกต่อไป ท่ามกลางวิกฤตสภาพอากาศสุดขั้วที่ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วทุกมุมโลก

 

สำนักข่าวเอพี (AP) รายงานบทสัมภาษณ์พิเศษของกูเตอร์เรส ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก ซึ่งถือเป็นการกล่าวสุนทรพจน์และเตือนภัยเรื่องภาวะโลกร้อนครั้งสุดท้ายของเขาในฐานะผู้นำสูงสุดของยูเอ็น ก่อนที่วาระการดำรงตำแหน่งสมัยที่สองจะสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปีนี้ โดยกูเตอร์เรสระบุว่า สารสำคัญที่เขาจะส่งตรงถึงผู้นำโลกในการประชุม COP31 ระหว่างวันที่ 9–20 พฤศจิกายนนี้ คือการเรียกร้องให้ทุกฝ่ายลงมือทำอย่างจริงจังในทันที

"นี่คือช่วงเวลาแห่งความจริง เราไม่สามารถรอได้อีกต่อไปแล้ว และเราไม่สามารถเปิดเวทีอภิปรายกันอย่างไม่รู้จบโดยที่ทุกคนต่างพยายามผลักภาระความรับผิดชอบไปให้คนอื่น ทุกคนต้องลงมือทำมากกว่านี้ และทุกคนต้องทำเดี๋ยวนี้"

ในการสัมภาษณ์ กูเตอร์เรสได้เปิดใจถึงหนึ่งในวันที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตของเขา เมื่อปีที่ผ่านมาหลังได้รับรายงานจากคณะนักวิทยาศาสตร์ที่ระบุว่า เป้าหมายหลักตามความตกลงปารีส (Paris Agreement) ปี 2015 ในการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรมนั้น "ไม่เป็นความจริงอีกต่อไปแล้ว" เนื่องจากปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศมีมากเกินไป ภารกิจของประชาคมโลกในปัจจุบันจึงเปลี่ยนเป็นการพยายามจำกัดไม่ให้อุณหภูมิโลกทะลุเป้าหมายไปไกลจนเกินเยียวยา

 

ผู้นำยูเอ็นย้ำว่า ความล้มเหลวที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากตัวโลก แต่เกิดจาก "ความล้มเหลวของผู้นำทางการเมือง" ที่ขาดวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ระยะยาว และมักเปลี่ยนนโยบายไปมาจนไม่เกิดการลงทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ยังชี้ว่า ปัญหาความขัดแย้งและสงคราม เช่น ในยูเครนและอิหร่าน รวมถึงการขยายตัวของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ผลาญพลังงานและน้ำมหาศาล กำลังกลายเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤตที่เชื่อมโยงถึงกัน

กูเตอร์เรสยังคงเรียกร้องให้มีการเก็บภาษีลาภลอย (Windfall Tax) จากบรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานฟอสซิลที่กอบโกยกำไรมหาศาล เพื่อนำเงินดังกล่าวไปชดเชยและช่วยเหลือกลุ่มประเทศยากจนที่ไม่ได้เป็นผู้ก่อวิกฤต แต่กลับต้องเผชิญกับภัยพิบัติธรรมชาติที่รุนแรงที่สุด

 

ในตอนท้าย ผู้นำยูเอ็นยอมรับถึงข้อจำกัดในอำนาจหน้าที่ของเลขาธิการสหประชาชาติที่ไม่มีอำนาจบังคับทางกฎหมายต่อรัฐอธิปไตย ทว่าสิ่งเดียวที่องค์กรแห่งนี้มีคือ "กระบอกเสียง" พร้อมทั้งฝากคำแนะนำสั้นๆ เพียง 3 คำ ไปยังผู้ที่จะก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการยูเอ็นคนใหม่ว่า "จงพูดความจริง" (Tell the truth) และขอให้ประชาชนทั่วโลกตระหนักว่า ภาวะโลกร้อนคือภัยคุกคามต่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ และการต่อสู้เพื่อสภาพภูมิอากาศก็คือการต่อสู้เพื่อรักษาชีวิตของตัวเราเอง
 

ข่าวล่าสุด