ผู้เสียหายให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ขบวนการดังกล่าวมีมาตรการควบคุมตัวอย่างเข้มงวด ห้ามมิให้เดินทางออกนอกบริเวณเด็ดขาด รวมถึงยึดและตัดช่องทางการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์กับโลกภายนอก โดยเงื่อนไขเดียวที่จะสามารถออกจากสถานที่ดังกล่าวได้ คือการนำเงินสดมาจ่ายเป็นค่าไถ่เพื่อแลกกับอิสรภาพ ซึ่งพฤติการณ์ทั้งหมดมีลักษณะของการกักขังหน่วงเหนี่ยว ข่มขืนใจ และเข้าข่ายความผิดฐานค้ามนุษย์ข้ามชาติอย่างชัดเจน
สำหรับจุดเริ่มต้นของคดี เกิดจากการหลงเชื่อประกาศรับสมัครงานผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ที่อ้างผลตอบแทนสูง ก่อนจะถูกนำพาเดินทางข้ามแดนอย่างผิดปกติ และถูกส่งตัวต่อไปยังแหล่งกักขังเพื่อบังคับทำงานออนไลน์เป็นเวลานานกว่า 5 เดือน กระทั่งมีช่องทางลักลอบประสานขอความช่วยเหลือมายังนายวสวรรธน์ จนนำไปสู่การช่วยเหลือพาตัวกลับประเทศได้ในที่สุด
ด้าน นายวสวรรธน์ กล่าวถึงแนวทางการดำเนินการต่อจากนี้ว่า ทางทีมงานอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ข้อเท็จจริง และข้อมูลเชิงลึกที่ได้รับจากผู้เสียหาย เพื่อประสานส่งต่อให้แก่หน่วยงานความมั่นคง และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย และเอกสารอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งขยายผลตรวจสอบเครือข่ายขบวนการหลอกลวงข้ามชาติดังกล่าว เพื่อให้การช่วยเหลือคนไทยรายอื่น ๆ ที่อาจยังติดค้างอยู่เพิ่มเติม
พร้อมกันนี้ ได้ฝากคำเตือนไปยังประชาชนและกลุ่มเยาวชน ให้เพิ่มความระมัดระวังและตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบ ไม่หลงเชื่อการชักชวนทำงานต่างประเทศ ที่มีข้อเสนอรายได้สูงเกินจริงผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ ที่ใช้กลอุบายค้ามนุษย์ในลักษณะดังกล่าวซ้ำอีก