เนชั่นทีวี

ข่าว

ม็อบค่าครองชีพลามเยอรมนี Gen Z นับแสนฮือปะทะเดือดคืนฮาโลวีน

01 พ.ย. 2569 | apirak_pra

ม็อบค่าครองชีพลามเยอรมนี Gen Z นับแสนฮือปะทะเดือดคืนฮาโลวีน

ไฟประท้วงค่าครองชีพจากฝรั่งเศสลามเยอรมนี กลุ่ม 'Gen Z' นับแสนลงถนนคืนฮาโลวีน ปะทะเดือดในโคโลญจน์-ฮัมบูร์ก ขณะที่ฝรั่งเศสม็อบยังฮือกว่า 3 แสนคน

ไฟประท้วงค่าครองชีพจากฝรั่งเศสลามเยอรมนี กลุ่ม 'Gen Z' นับแสนลงถนนคืนฮาโลวีน ปะทะเดือดในโคโลญจน์-ฮัมบูร์ก ขณะที่ฝรั่งเศสม็อบยังฮือกว่า 3 แสนคน

KEY

POINTS

  • กลุ่มเยาวชน Gen Z ในเยอรมนีกว่า 120,000 คน จัดชุมนุมใหญ่ในคืนวันฮาโลวีนเพื่อประท้วงปัญหาค่าครองชีพ
  • การประท้วงมีสาเหตุจากค่าครองชีพที่พุ่งสูง การตัดงบประมาณด้านการศึกษาและสิ่งแวดล้อม และข่าวการรื้อฟื้นการเกณฑ์ทหาร
  • การชุมนุมในหลายเมืองใหญ่บานปลายเป็นเหตุปะทะรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีการใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูง ขว้างระเบิดขวด และทุบทำลายร้านค้า

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การประท้วงต่อต้านค่าครองชีพที่ปะทุขึ้นในฝรั่งเศสได้แพร่กระจายเข้าสู่ประเทศเยอรมนีอย่างเต็มรูปแบบ โดยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับช่วงเทศกาลฮาโลวีน กลุ่มเยาวชนและคนรุ่นใหม่ภายใต้ชื่อกลุ่ม “Gen Z has got this!” (Gen Z regelt) ได้นัดรวมตัวชุมนุมครั้งใหญ่ในเมืองสำคัญทั่วประเทศ ทั้งเบอร์ลิน แฟรงก์เฟิร์ต โคโลญจน์ และมิวนิก เพื่อแสดงพลังคัดค้านค่าครองชีพที่พุ่งสูง การตัดลดงบประมาณการศึกษา สภาพแวดล้อม และกระแสข่าวการรื้อฟื้นการเกณฑ์ทหาร โดยผู้จัดระบุว่ามีผู้เข้าร่วมชุมนุมทั่วเยอรมนีสูงถึง 120,000 คน

 

แม้การเดินขบวนในกรุงเบอร์ลินจะเป็นไปอย่างสงบ แต่ในหลายเมืองใหญ่กลับเกิดเหตุปะทะรุนแรง โดยที่เมืองโคโลญจน์ ตำรวจปราบจลาจลต้องนำรถฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าสลายกลุ่มผู้ชุมนุมหลังมีการจุดพลุและดอกไม้ไฟใส่เจ้าหน้าที่ ขณะที่เมืองฮัมบูร์ก มีการจุดไฟเผาสิ่งกีดขวางและขว้างปาสิ่งของใส่หน่วยกู้ภัย ส่วนที่เมืองแฟรงก์เฟิร์ต ผู้ก่อความไม่สงบได้ขว้างระเบิดขวด (Molotov cocktail) ใส่เจ้าหน้าที่ ทุบกระจกร้านค้า และบุกทำลายร้านขายปืน จนตำรวจต้องสั่งปิดถนนช้อปปิ้งสายซายล์ (Zeil) และจับกุมผู้ต้องสงสัยพร้อมยึดอาวุธปืนได้ 2 กระบอก

ฝรั่งเศสลงถนนระลอก 3 กว่า 3.2 แสนคน สกัดแผน "เดอะเพิร์จ" คืนฮาโลวีน

 

ขณะเดียวกัน ที่ประเทศฝรั่งเศส บรรยากาศการประท้วงระลอกที่สาม (Third Act) ยังคงร้อนระอุ โดยกระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศสเปิดเผยว่า มีประชาชนรวมถึงกลุ่มเสื้อกั๊กเหลือง (Yellow Vests) นิสิตนักศึกษา และสหภาพแรงงาน ออกมาร่วมเดินขบวนทั่วประเทศกว่า 320,000 คน โดยในกรุงปารีสมีผู้ชุมนุมราว 70,000 คน และมีผู้ถูกจับกุมทั่วประเทศแล้วอย่างน้อย 296 คน ซึ่งแม้จำนวนผู้ชุมนุมจะลดลงจากการชุมนุมใหญ่เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม (550,000 คน) และ 24 ตุลาคม (410,000 คน) แต่ทางการยังคงวางกำลังเจ้าหน้าที่ความมั่นคงกว่า 70,000 นาย และจำกัดพื้นที่ให้อยู่นอกใจกลางเมืองเพื่อป้องกันเหตุจลาจลซ้ำรอย

 

นายโลรองต์ นูเญซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศส เตือนถึงความเสี่ยงขั้นสูงสุด หลังพบกระแสบนโซเชียลมีเดียที่ใช้คำว่า "Purge" (อ้างอิงภาพยนตร์คืนล้างบาป) ปลุกระดมให้เกิดการก่อจลาจลในคืนฮาโลวีน โดยตำรวจปารีสได้ออกคำเตือนเข้มงวด ห้ามสวมหน้ากากอำพรางใบหน้าในที่สาธารณะซึ่งมีโทษปรับ 150 ยูโร รวมถึงห้ามพกพาอาวุธแม้จะเป็นของปลอม ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 3 ปีและปรับกว่า 45,000 ยูโร

ทั้งนี้ วิกฤตในฝรั่งเศสมีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายน จากการประท้วงของกลุ่มนักเรียนมัธยมเรียกร้องการซ่อมแซมโรงเรียนและแก้ไขปัญหาขาดแคลนครู ก่อนจะลุกลามกลายเป็นวิกฤตระดับชาติเมื่อกลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองเข้ามาร่วมขบวน โดยนับตั้งแต่เริ่มการประท้วง มีตำรวจได้รับบาดเจ็บไปแล้วอย่างน้อย 1,193 นาย ขณะที่ทุกฝ่ายกำลังจับตาวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งกลุ่มพันธมิตรสหภาพแรงงานได้ประกาศนัดหยุดงานประท้วงใหญ่ทั่วประเทศเพื่อต่อต้านวิกฤตค่าครองชีพต่อไป
 

ข่าวล่าสุด