ถอดรหัสอนาคตทรัมป์! วิกฤต MAGA & ข่าวลือศึกอิหร่าน
31 ต.ค. 2569 | thunchanok_kul

Countdown to the 2026 U.S. Midterm Elections ตอนที่ 5 : ถอดรหัสอนาคตทรัมป์ วิกฤต MAGA และข่าวลือศึกอิหร่าน
ข่าว
31 ต.ค. 2569 | thunchanok_kul

Countdown to the 2026 U.S. Midterm Elections ตอนที่ 5 : ถอดรหัสอนาคตทรัมป์ วิกฤต MAGA และข่าวลือศึกอิหร่าน
KEY
POINTS
31 ตุลาคม 2569 อาจารย์กฤษฎา บุญเรือง นักวิชาการอิสระ เผยแพร่ บทความ Countdown to the 2026 U.S. Midterm Elections" ตอนที่ 5 ถอดรหัสฉากทัศน์หากพรรคเดโมแครตพลิกกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรส ซึ่งจะส่งผลให้อำนาจบริหารของ โดนัลด์ ทรัมป์ ตกอยู่ในภาวะ "เป็ดอัมพาต" ส่อเกิดรอยร้าวภายในกลุ่ม MAGA พร้อมเจาะลึกเกมตอบโต้ผ่านคำสั่งฝ่ายบริหาร และเบรกมือสภาดักทางแรงกดดันศึกอิหร่าน
จะเกิดอะไรขึ้นหากเดโมแครตครองคองเกรส?
ฉากทัศน์หากเดโมแครตคุมสภา: อำนาจบริหารติดล็อกและวิกฤต "เป็ดอัมพาต" หากพรรคเดโมแครตพลิกกลับมาคว้าชัยชนะและครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรส อำนาจการบริหารของโดนัลด์ ทรัมป์ จะเผชิญภาวะการเมืองหยุดชะงัก (Gridlock) และถูกผลักเข้าสู่สถานะ "เป็ดอัมพาต" (Lame Duck) ทันที
การใช้อำนาจสภาเปิดศึกตั้งโต๊ะสอบ
ฝ่ายค้านจะใช้อำนาจสภาผู้แทนราษฎรออกหมายเรียก (Subpoena) เพื่อเปิดการสืบสวนและเรียกตรวจสอบข้าราชการ วงใน ตลอดจนข้อครหาเรื่องนโยบายต่าง ๆ อย่างเข้มงวด รวมถึงมีโอกาสสูงที่จะมีการเปิด ญัตติถอดถอน (Impeachment) รอบใหม่ ซึ่งจะบีบและจำกัดขอบเขตอำนาจบริหาร (Executive Power) ให้อยู่ในกรอบที่แคบลงอย่างมาก
รอยร้าวภายในกลุ่ม MAGA
รายงานวิเคราะห์จาก Brennan Center เตือนว่า ฉากทัศน์สภาเปลี่ยนขั้วนี้อาจสร้างรอยร้าวและการแบ่งฝ่ายภายในกลุ่ม MAGA เอง เนื่องจากสมาชิกสภาฝ่ายอนุรักษนิยมบางส่วนอาจต้องยอมถอยหรือปรับตัวประนีประนอมกับสภาฝ่ายค้าน เพื่อความอยู่รอดทางการเมืองและการรักษาเก้าอี้ของตนเองในการเลือกตั้งรอบหน้า
ปฏิกิริยาการโต้กลับของฝ่ายบริหาร และประเด็นร้อนเรื่อง "ศึกอิหร่าน"
เมื่อถูกสภาคองเกรสดักทางรอบด้าน คาดว่าฝ่ายบริหารจะเปิดเกมตอบโต้อย่างแข็งกร้าวทั้งในและนอกประเทศ
1. โต้กลับด้วยอำนาจสั่งการ (Executive Orders) และการใช้นิวส์มวลชน
ฝ่ายบริหารจะพยายามเลี่ยงขั้นตอนสภาด้วยการใช้อำนาจคำสั่งฝ่ายบริหาร (Executive Orders) ให้ได้มากที่สุด พร้อมทั้งเดินสายใช้สื่อและโซเชียลมีเดียโจมตีว่า สภาคองเกรสฝ่ายค้านมุ่งแต่จะจ้องเล่นการเมืองเพื่อล้มรัฐบาล มากกว่าการแก้ปัญหาปากท้องให้ประชาชน เพื่อรักษาฐานเสียงให้อยู่ในภาวะตื่นตัวเสมอ
2. ประเด็นร้อนเรื่องนโยบายต่างประเทศและอิหร่าน
ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รายงานข่าวจากสื่อชั้นนำอย่าง The New York Times และ บทวิเคราะห์จาก Carnegie Endowment ระบุว่า มีความกดดันอย่างหนักจากนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล ที่พยายามผลักดันให้สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเป้าหมายทางพลังงานและโครงสร้างนิวเคลียร์ของอิหร่านรอบใหม่ แม้ว่าฝ่ายบริหารจะพยายามชะลอการตัดสินใจและยื้อเวลาไว้จนกว่าจะผ่านพ้นวันเลือกตั้งกลางเทอมก็ตาม
3. เบรกมือจากสภาคองเกรสเรื่องงบประมาณสงคราม
รายงานจาก CNBC ยืนยันว่า หากพรรคเดโมแครตคว้าชัยชนะในสภาคองเกรส การริเริ่มหรือการส่งกำลังทหารไปทำศึกสงครามในต่างประเทศจะถูกคุมเข้มทันทีผ่าน "อำนาจคุมกระเป๋าเงิน" (Power of the Purse) สภาจะตั้งโต๊ะสอบงบประมาณกลาโหม และใช้กฎหมายอำนาจทำสงคราม (War Powers Resolution) เพื่อบีบให้ฝ่ายบริหารต้องขออนุมัติจากสภาก่อนเสมอ ซึ่งจะกลายเป็นเบรกมือชิ้นสำคัญที่ยับยั้งไม่ให้สหรัฐฯ ถลำลึกเข้าสู่สงครามรอบใหม่ได้อย่างมีนัยสำคัญ