เนชั่นทีวี

ข่าว

“สุชาติ - ภัทรพงษ์” ปะทะคารมกลางสภา ปมร้อนแก้ปัญหาสารพิษเดือด ใครบันเทิงกว่ากัน

29 ต.ค. 2569 | prisana_tha

“สุชาติ - ภัทรพงษ์” ปะทะคารมกลางสภา ปมร้อนแก้ปัญหาสารพิษเดือด ใครบันเทิงกว่ากัน

“สุชาติ” แจงสภาสารหนูแม่น้ำกก ผันผวนตามฤดูกาล - ยอมรับแม่น้ำสายเกินมาตรฐาน สั่ง ผวจ.เร่งดำเนินการต่อแล้ว พร้อมลุยสอบโรงงานขยะปราจีนฯ ปะทะคารม “ภัทรพงษ์” อย่าใช้สภาเล่น “บันเทิงธิปไตย” ก่อนถูกย้อนถาม “ใครบันเทิงกว่าใคร”

“สุชาติ” แจงสภาสารหนูแม่น้ำกก ผันผวนตามฤดูกาล - ยอมรับแม่น้ำสายเกินมาตรฐาน สั่ง ผวจ.เร่งดำเนินการต่อแล้ว พร้อมลุยสอบโรงงานขยะปราจีนฯ ปะทะคารม “ภัทรพงษ์” อย่าใช้สภาเล่น “บันเทิงธิปไตย” ก่อนถูกย้อนถาม “ใครบันเทิงกว่าใคร”

KEY

POINTS

  • “สุชาติ” รับแม่น้ำสาย พบสารหนูเกินมาตรฐาน ประสานหน่วยงานติดตามแก้ปัญหามลพิษข้ามแดน
  • “ภัทรพงษ์” จี้รัฐแก้ปัญหาแม่น้ำปนเปื้อน และขยะอุตสาหกรรมปราจีนบุรี ชี้บกพร่องรับมือภัยพิบัติ
  • “สุชาติ” ยืนยันเดินหน้าตรวจมลพิษและฟ้องแพ่ง ขณะที่สองฝ่ายโต้เดือดเรื่องอำนาจหน้าที่ในสภา

29 ตุลาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตอบกระทู้ถามสดของนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ถึงการแก้ปัญหาแม่น้ำเป็นพิษจากการทำเหมืองของประเทศเพื่อนบ้าน จนมีสารปนเปื้อนในแม่น้ำ และลามไปถึงต้นข้าวของเกษตรกร ที่มีสารหนู และตะกั่วเกินค่ามาตรฐาน ซึ่งนอกจากภาคเหนือจะได้รับผลกระทบในแม่น้ำกกแล้ว ปัญหายังได้ลามไปถึงแม่น้ำโขงในภาคอีสาน และประชาชน ได้รับสารพิษเข้าสู่ร่างกายว่า ตลอดระยะเวลาที่ตนได้ทำหน้าที่ ปัญหาแม่น้ำเป็นพิษ มีปัญหาในแต่ละช่วงเวลาต่างกัน ซึ่งในช่วงน้ำหลากดินตะกอนจากเพื่อนบ้านที่ทำเหมืองแร่จะฟุ้งกระจาย และการตรวจวัดแต่ละครั้งของกรมควบคุมมลพิษ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ซึ่งในการตรวจแม่น้ำกกเมื่อตนเข้ารับตำแหน่งใหม่ๆ ก็มีผลกระทบ แต่ที่ตรวจเดือนกันยายนที่ผ่านมาไม่หลากมาแล้ว เนื่องจากเป็นบางช่วงฤดู

สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 

และแม่น้ำสาย ก็ยอมรับว่าผลการตรวจมีปัญหาค่าสารหนูเกินมาตรฐาน และได้แจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัด การประปาภูมิภาค กรมประมง และสาธารณสุขจังหวัด เพื่อติดตามแก้ปัญหาต่อไป รวมถึงแม่น้ำโขง ที่ลามไปภาคอีสาน ซึ่ง สปป.ลาว มีเขื่อนมาก ซึ่งเมื่อ สปป.ลาว ปล่อยน้ำ บางครั้งในการปล่อยช่วงน้ำหลากก็จะทำให้ตะกอนฟุ้งขึ้นมา ทำให้การตรวจบางครั้งพบ และไม่พบ แต่ยืนยันว่า ตนเองได้ขอความร่วมมือ สปป.ลาว เพื่อไปติดตั้งสถานีวัด เพื่อให้ตรงกัน 2 ฝั่ง เพื่อให้ สปป.ลาว รับทราบค่ามลพิษด้วย

 

ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน

 

นายภัทรพงษ์ ยังยืนยันว่า ค่าปนเปื้อนน้ำกก ยังมีค่าสารหนูเกินมาตรฐาน หากนายสุชาติ ยินดีรับข้อมูลไปช่วยเหลือนั้น ก็จำเป็นจะต้องรับทราบข้อมูล เพื่อนำไปเจรจากับต่างประเทศ ซึ่งอนุกรรมาธิการมลพิษทางน้ำข้ามแดนที่ตนเป็นประธานฯ ได้เชิญนายสุชาติ มาหารือ แต่ก็ไม่เคยได้รับความร่วมมือจากนายสุชาติ จึงไม่แปลกที่นายสุชาติ ไม่เข้าใจปัญหาหลังผ่านมากว่า 1 ปี และรัฐบาลไทย ยังลง MOU กับเมียนมา ที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ และเมียนมา ยังมีการเปิดเหมืองใหม่ รวมถึงไม่น่าแปลกใจ ที่ประเทศไทยยอมเป็นทางผ่านนำเข้าแร่เหมืองพิษ เพื่อส่งต่อไปยังประเทศจีน เอื้อประโยชน์กับคนที่ทำลายประเทศไทยอย่างช้าๆ พร้อมยังถามนายสุชาติ ถึงการแก้ปัญหาขยะอุตสาหกรรมในปราจีนบุรี ที่ลุกลามจากปัญหาอุทกภัย ดังนั้น จากภัยพิบัติครั้งนี้ นายสุชาติ ในฐานะหัวเรือจัดการภัยพิบัติภาคตะวันออก ได้ดำเนินการอะไรบ้าง และควบคุมมลพิษที่ออกมาจากน้ำท่วมอย่างไรบ้าง

นายสุชาติ ชี้แจงผลตรวจค้าเปื้อนน้ำกก ที่นายภัทรพงษ์ ยังยืนยันว่า มีค่าสารหนูเกินมาตรฐานนั้น ตนจะให้อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ประสานนายภัทรพงษ์อีกครั้งหนึ่ง และการแก้ปัญหาขยะอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ที่ลุกลามจากปัญหาอุทกภัยนั้น ตนได้รับทราบ และให้กรมควบคุมมลพิษไปตรวจสอบก่อนน้ำท่วม หลังได้รับร้องเรียนว่า มีโรงงานคัดแยกขยะและโลหะในพื้นที่ป่าสงวน และพบว่า มีการยื่นหลักฐานถูกต้อง แต่ตนก็ได้ไปแจ้งความ เพื่อให้กรมที่ดินตรวจสอบ เพราะตนเชื่อว่าเป็นที่ป่าสงวน แต่มีการออกโฉนดทับที่ป่าสงวน พร้อมยังให้อุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ไปร่วมตรวจสอบด้วย

 

นายสุชาติ ยังยืนยันว่า กรมควบคุมมลพิษ ไม่ได้มีหน้าที่อนุญาต-อนุมัติ มีเพียงตรวจวัดอ่านค่า และแจ้งให้หน่วยงานทราบ เพื่อบังคับใช้กฎหมายของกรมโรงงาน เพื่อดำเนินคดี ส่วนการฟ้องทางแพ่งนั้น กรมควบคุมมลพิษ จะดำเนินการแน่นอน ตนได้ให้รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พบเลขาธิการ ปปง. เพื่อใช้ยาแรง และยืนยันว่า ตนเป็น สส.เขต และยืนข้างชาวบ้านประชาชน ไม่เคยยืนข้างนายทุน

 

นายภัทรพงษ์ เห็นว่า นายสุชาติ ไม่ได้ตอบคำถามในการบัญชาการเหตุการณ์อุทกภัยในภาคตะวันออก เมื่อทราบปัญหาน้ำเป็นพิษด้วย และยังยอมรับว่า รับทราบข้อมูลจากภาคประชาสังคม ทั้งที่กรมควบคุมมลพิษลงพื้นที่ตรวจก่อนน้ำท่วม น่าจะทราบว่าเป็นพื้นที่เสี่ยง จึงถือเป็นการบกพร่องในหน้าที่ และไม่ได้ตอบว่า จะฟื้นฟูพื้นที่อย่างไร ดังนั้น นายสุชาติ จะวางกรอบและฟื้นฟูพื้นที่อย่างไร ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีอำนาจต้องจัดทำแผนฉุกเฉินรับมือผลกระทบประชาชน แต่นายสุชาติ กลับพูดหลายเวทีว่า อ่านกฎหมายอำนาจหน้าที่ทุกบรรทัด แต่เหตุใดเรื่องนี้กลับไม่ทราบ และอ้างว่า เป็นเรื่องของกระทรวงอื่น ทั้งที่ตนเองมีกลไกคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม ที่มีหน่วยงานอื่นๆ ด้วย แต่นายสุชาติ กลับไม่เข้าประชุมแม้แต่ครั้งเดียว และไม่เคยมีวาระปัญหาต่างๆ เข้าสู่ที่ประชุมแม้แต่ครั้งเดียว

 

นายภัทรพงษ์ ยังถามนายสุชาติ ถึงปัญหาดินถล่มในจังหวัดภูเก็ต ที่การแจ้งเตือนประชาชน มีเพียงการแจ้งเตือนประชาชนเฉพาะน้ำถล่มฉับพลัน แต่ไม่มีการแจ้งเตือนดินถล่มนั้น เป็นเพราะอะไร และในปี 2570 จะมีการแจ้งเตือนดินโคลนถล่มในกรมทรัพยากรธรณีอย่างไร

 

นายสุชาติ ชี้แจง กรณีที่นายภัทรพงษ์ อ้างตนรับทราบข้อมูลจากภาคประชาสังคม ว่า นายภัทรพงษ์ จะต้องสื่อสารให้ตรงกัน ซึ่งตนหมายความว่า ในวันที่เกิดน้ำท่วม ก่อนที่น้ำท่วม พื้นที่การเข้าตรวจโรงงาน เป็นอำนาจของกรมใด แต่เมื่อเกิดน้ำท่วม และเกิดคราบน้ำมัน กรมควบคุมมลพิษ ก็ได้เข้าพื้นที่เพื่อตรวจค่าปนเปื้อน และส่งค่าการตรวจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดไปดำเนินการต่อ และตนยังสงสัยว่า ตนไม่ทราบหรือนายภัทรพงษ์ รู้มากกว่าตน ตนก็จะรอนายภัทรพงษ์ มาเป็นรัฐมนตรีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และจะรอดูว่านายภัทรพงษ์ จะรู้เหมือนตนหรือไม่ พร้อมยืนยันว่า ตนรับฟังและรับทราบ แต่การเป็น สส.จะต้องหารือเพื่อแก้ปัญหาประชาชน แต่การตำหนิในตัวบุคคล หากไม่พอใจกันก็สามารถคุยกันส่วนตัวได้ ไม่ใช่ทำทิฐิมาพูดในสภาเป็นบันเทิงธิปไตย

 

นายภัทรพงษ์ ชี้แจงกรณีที่นายสุชาติ อ้างบันเทิงธิปไตย และตนไม่รู้กฎหมายนั้น ตนขอให้นายสุชาติ ไปอ่านมาตรา 23 พ.ร.บ.ส่งเสริมรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ที่ในวงเล็บ 4 สามารถนำมาช่วยเหลือกิจการใดๆ ที่เกี่ยวกับการส่งเสริมรักษาสิ่งแวดล้อม และพิจารณาดูว่า วันนี้ใครบันเทิงกว่าใคร

ข่าวล่าสุด