เนชั่นทีวี

ข่าว

สื่อกัมพูชาเสนอข่าวไทย ถกพื้นที่ทับซ้อนเปิดหน้าใหม่ความสัมพันธ์

15 ก.ย. 2569 | apirak_pra

สื่อกัมพูชาเสนอข่าวไทย ถกพื้นที่ทับซ้อนเปิดหน้าใหม่ความสัมพันธ์

สื่อกัมพูชา Khmer Times เสนอข่าวท่าทีการทูตพนมเปญ ชี้กระบวนการไกล่เกลี่ยตามกฎหมายระหว่างประเทศ UNCLOS คือโอกาส "เปิดหน้าใหม่" ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ยันพร้อมหนุนทั้งการปักปันเขตแดนและการพัฒนาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลร่วมกัน

สื่อกัมพูชา Khmer Times เสนอข่าวท่าทีการทูตพนมเปญ ชี้กระบวนการไกล่เกลี่ยตามกฎหมายระหว่างประเทศ UNCLOS คือโอกาส "เปิดหน้าใหม่" ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ยันพร้อมหนุนทั้งการปักปันเขตแดนและการพัฒนาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลร่วมกัน

KEY

POINTS

  • สื่อกัมพูชารายงานว่า กัมพูชาและไทยเริ่มกระบวนการเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล โดยมองว่าจะเป็นการ "พลิกหน้าใหม่" ให้กับความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ
  • ฝ่ายกัมพูชาได้เสนอ 3 แนวทางในการแก้ไขปัญหา ได้แก่ การจัดทำสนธิสัญญาปักปันเขตแดนทางทะเล, การทำข้อตกลงพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน (JDA) หรือให้คณะกรรมาธิการฯ จัดทำรายงานข้อเสนอแนะ
  • กัมพูชาตัดสินใจยื่นเรื่องเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยตามกฎหมาย UNCLOS หลังจากที่ไทยได้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU 2544) โดยอ้างอิงกรณีความสำเร็จระหว่างติมอร์-เลสเตและออสเตรเลีย

Khmer Times ได้รายงานข่าวความเคลื่อนไหวทางการทูตครั้งสำคัญ โดยเสนอภาพมุมมองของฝ่ายกัมพูชาที่กำลังแสวงหาแนวทางแก้ไขข้อพาทพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลกับประเทศไทยอย่างสันติและยั่งยืนผ่านกลไกกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมระบุคำกล่าวของ นายปรัก สุคน (Prak Sokhonn) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชา ที่เน้นย้ำว่ากระบวนการดังกล่าวจะช่วย "พลิกหน้าใหม่" ให้แก่ความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างสองประเทศ

 

รายงานของสื่อกัมพูชาระบุว่า ในการประชุมนัดแรกของคณะกรรมาธิการไกล่เกลี่ย (Conciliation Commission) ระหว่างกัมพูชาและไทย ซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน ณ ประเทศสิงคโปร์ นายปรัก สุคน ได้แสดงจุดยืนหลักของกัมพูชาว่า เป้าหมายสูงสุดคือการบรรลุข้อตกลงที่เอื้อประโยชน์ต่อประชาชนทั้งสองฝ่าย และนำไปสู่สันติภาพ ความร่วมมือ รวมถึงความมั่งคั่งร่วมกันในภูมิภาค

เปิด 3 ทางเลือกในมุมมองการทูตพนมเปญ

 

Khmer Times นำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางที่ฝ่ายกัมพูชาเสนอต่อคณะกรรมาธิการฯ โดยแบ่งออกเป็น 3 ทางเลือกหลัก ได้แก่

  1. จัดทำสนธิสัญญาปักปันเขตแดน: กัมพูชาปรารถนาที่จะจัดทำสนธิสัญญากำหนดเขตแดนทางทะเลที่ชัดเจนและครบวงจรเพียงฉบับเดียวกับประเทศไทยตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ

  2. ทำข้อตกลงพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน (JDA): หากยังไม่สามารถตกลงเรื่องเขตแดนเด็ดขาดได้ กัมพูชาพร้อมที่จะทำข้อตกลงการพัฒนาพื้นที่ร่วมกันและการแบ่งปันผลประโยชน์จากทรัพยากรในพื้นที่ทับซ้อนอย่างเป็นธรรมในระหว่างที่รอข้อตกลงเขตแดนขั้นสุดท้าย

  3. ให้คณะกรรมาธิการฯ จัดทำรายงานข้อเสนอแนะ: หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทั้งเรื่องเขตแดนและการพัฒนาร่วมกันได้ กัมพูชาจะขอให้คณะกรรมาธิการฯ ยกร่างรายงานข้อเสนอแนะเพื่อใช้เป็นกรอบอ้างอิงในการบรรลุข้อตกลงตามพันธกรณีของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ต่อไป

ยกเคสติมอร์-ออสเตรเลีย อ้างเหตุผลดึง UNCLOS หลังไทยยกเลิก MOU 2544

สื่อกัมพูชาได้ให้บริบทเพิ่มเติมว่า ทั้งสองประเทศได้เริ่มเจรจาเรื่องเขตแดนทางทะเลมาตั้งแต่เดือนเมษายน 1995 และได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU 2544) ว่าด้วยพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล แต่ก็ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงใดๆ ได้ ส่งผลให้ทรัพยากรใต้ทะเลในบริเวณดังกล่าวยังไม่ได้รับการสำรวจและนำมาใช้ประโยชน์

 

นอกจากนี้ Khmer Times ยังสะท้อนคำกล่าวของนายปรัก สุคน ที่ระบุถึงกรณีที่ประเทศไทยได้ประกาศยกเลิก MOU 2544 เพียงฝ่ายเดียวเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2026 แม้ว่ากัมพูชาจะเรียกร้องให้ยึดมั่นในบันทึกความเข้าใจดังกล่าวก็ตาม ส่งผลให้กัมพูชาต้องตัดสินใจยื่นเรื่องเข้าสู่กระบวนการบังคับไกล่เกลี่ยตามกฎหมาย UNCLOS ซึ่งกัมพูชามองว่าเป็นแนวทางที่สันติ โดยได้ยกตัวอย่างกรณีศึกษาการไกล่เกลี่ยระหว่างติมอร์-เลสเตและออสเตรเลียในทะเลติมอร์ว่า เป็นข้อพิสูจน์ว่ากระบวนการของ UNCLOS สามารถปลดล็อกข้อพาทที่ยืดเยื้อระหว่างประเทศเพื่อนบ้านลงได้

 

สื่อกัมพูชาสรุปในตอนท้ายว่า กัมพูชาคาดหวังให้ไทยเข้าร่วมกระบวนการอย่างสร้างสรรค์ ควบคู่ไปกับการปฏิบัติตามข้อตกลงทวิภาคีเดิม โดยเฉพาะแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2025 ซึ่งจะช่วยเอื้อต่อการเดินทางกลับบ้านของชาวบ้านกว่า 20,000 คน การบูรณะแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม ตลอดจนการลดความตึงเครียดและฟื้นฟูความไว้วางใจซึ่งกันและกัน อันเป็นประโยชน์ไม่เพียงแค่ต่อประชาชนของทั้งสองประเทศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประชาคมอาเซียนในภาพรวมด้วย

ข่าวล่าสุด