อัยการแขวงนนฯ ถอดบทเรียนคดีดัง "อดีตเจ้าอาวาส“ยักยอกเงินวัด"
15 ก.ย. 2569 | suwat_pan

"เทพประทานพร" อัยการแขวงนนฯ ถอดบทเรียนคดีดัง "อดีตเจ้าอาวาสเสพเมถุน-ยักยอกเงินวัด" ทุจริตต่อหน้าที่ ติวเข้ม น.ศ.รู้กฎหมายฟอกเงิน
ข่าว
15 ก.ย. 2569 | suwat_pan

"เทพประทานพร" อัยการแขวงนนฯ ถอดบทเรียนคดีดัง "อดีตเจ้าอาวาสเสพเมถุน-ยักยอกเงินวัด" ทุจริตต่อหน้าที่ ติวเข้ม น.ศ.รู้กฎหมายฟอกเงิน
เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ทางมหาวิทยาลัยได้มีหนังสือเชิญ นายเทพประทานพร ทองคลังอัยการจังหวัดคดีศาลแขวงนนทบุรี มาเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ ในหัวข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน เมื่อวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา
โดยหัวข้อบรรยายดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของวิชา GA501 การกำกับดูแล การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายใน โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วศินี ธรรมศิริ เป็นอาจารย์ประจำวิชา
นายเทพประทานพร วิทยากรผู้บรรยาย ได้อธิบายให้ความหมายของการฟอกเงิน ว่าเป็นเรื่องของการโอนเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สินเพื่อปกปิดการกระทำความผิด และอธิบายความผิดมูลฐานของกฎหมายฟอกเงิน ซึ่งเป็นที่มาของการฟอกเงิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนกรณีหลอกลวงให้ลงทุนในการเทรดเงินตราต่างประเทศ ซึ่งอยู่ในความสนใจของสังคมและสื่อมวลชน
โดยหยิบยก กรณี ศึกษาที่เป็นข่าวดังในบ้านในเมือง คือกรณีอดีตเจ้าอาวาสวัดดังในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่มีพฤติกรรมเสพเมถุนกับสีกาคนสนิท ซึ่งเป็นการประพฤติผิดวินัยสงฆ์ ขั้นปาราชิก แล้วอาศัยโอกาสที่ตนดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 กระทำการเบียดบังยักยอกเงินของวัด ไปเป็นประโยชน์ส่วนตน และไปเป็นประโยชน์ของสีกาคนสนิท ซึ่งเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบ อันเป็นความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่
ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ที่ตนดำรงอยู่ และเป็นความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน อันนำไปสู่การดำเนินคดีอาญา การทุจริตต่อหน้าที่ความผิดฐานฟอกเงินและความผิดในเรื่องของมาตรการยึดทรัพย์เกี่ยวกับทรัพย์สิน
โดยพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดี และนำไปสู่การยึดทรัพย์สินของผู้กระทำความผิด โดยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อนำทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิด กลับคืนสู่วัดพุทไธศวรรย์ ซึ่งเป็นผู้เสียหายในคดี
พร้อมกันนี้ วิทยากรผู้บรรยาย ได้ยกตัวอย่างกรณี คนต่างชาติ ในรหลายๆสัญชาติ ได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยโดยมีคนไทยเป็นผู้ถือครองทรัพย์สินไว้แทน ที่เรียกว่าเป็นนอมินี โดยลักษณะพฤติกรรมการกระทำความผิด ผู้กระทำความผิด มีพฤติกรรมซื้อทรัพย์สิน โดยอาศัยความร่วมมือของนักกฎหมาย ในการจดทะเบียนนิติบุคคล และนักบัญชีในการทำบัญชีและสอบบัญชีนิติบุคคล เพื่อประโยชน์ในการถือครองทรัพย์สิน เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของกฎหมายบ้านเมือง อันเป็นการประพฤติผิด พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2543
วิทยากรได้เน้นย้ำ ให้นักบัญชีมีจิตสำนึก ในการร่วมดูแลสังคม ไม่ไปร่วมมือ กับกลุ่มผู้กระทำความผิดทุจริตติดต่อกฎหมาย เพื่อมิให้เกิดความปั่นป่วนและวุ่นวายในสังคม ทั้งนี้ นักศึกษาผู้เข้าอบรม รับฟังการบรรยาย ได้มีความสนใจใส่ใจตั้งคำถาม ถึงกรณีศึกษาต่างๆที่ วิทยากรได้นำมาอธิบายให้ความรู้ประกอบการสอน
โดยวิทยากรหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ประสบการณ์ความรู้ ที่วิทยากรได้สั่งสม องค์ความรู้ดังกล่าว ผู้เข้ารับฟังการบรรยาย จะนำไปสืบสานเรียนรู้แลต่อยอด เพื่อพัฒนาชาติบ้านเมืองให้ดียิ่งขึ้นต่อไป