-เมื่อถามว่า มีหลายเรื่องราวตอนเปิดประชุมรัฐสภา จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พร้อมดำเนินการอย่างเข้มข้น แต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องตัดสินใจบนบริบทของการเมือง และการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้คิดว่า มีผลสะเทือนทางการเมืองแน่นอนต่อการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล เพราะหลายคดีที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องช่วยสีน้ำเงิน ทุจริตการสอบท้องถิ่น การพยายามยัดไส้ใน พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท การทุจริตงานทะเบียน สุดท้ายวนเวียนอยู่รอบตัวคนที่ชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล
-เมื่อถามว่า สุดท้ายแล้วมีสิทธิ์ล้มสูงมากใช่หรือไม่
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จะล้มเมื่อไหร่ต้องดูความชัดเจนอีกรอบหนึ่ง หากดูใบเสร็จคดีที่เกิดขึ้น ณ ตอนนี้ จากการทำหน้าที่ของรัฐบาลที่ผ่านมา คิดว่ารัฐบาลปฏิเสธยาก เว้นแต่ว่าทุกคดีที่ได้กล่าวมาเมื่อสักครู่ มีการสาวถึงต้นตอว่าตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังกระบวนการเหล่านี้คือใคร และลงโทษให้สังคมเห็น
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่าสำหรับการเยือนจีนของนายกรัฐมนตรี ตนไม่ได้ขัดข้องอะไร ที่จะมีการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ แต่ AI ที่เป็นเนื้อหาหลักในการเจรจาครั้งนี้ อย่าลืมว่าการดึงเม็ดเงินมาลงทุนเพื่อตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ อาจจะไม่ได้ให้ประโยชน์กับประเทศไทยเท่าใดนัก อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งเป็นประโยชน์กับประเทศไทย และสร้างอำนาจการต่อรองให้กับประเทศไทยในภูมิภาคได้คือ พลังงานสะอาด ถ้ารัฐบาลดำเนินการเรื่องนี้อย่างถูกต้อง มีการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานที่ถูกต้อง ประชาชนและธุรกิจก็จะได้ประโยชน์ และช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรม AI ในอนาคตด้วย
-
จี้นายกฯ ให้ใช้โอกาสเยือนจีน เร่งสางปัญหาสารพิษแม่น้ำกก
ส่วนเรื่องอื่น ๆ ยังไม่เห็นการสื่อสารจากนายกฯ ว่า ได้ใช้โอกาสนี้ในการพูดคุย แก้ปัญหาอื่น ๆ ที่สำคัญให้กับประชาชนหรือไม่ โดยเฉพาะปัญหาสารพิษในแม่น้ำกก และการปราบปรามกลุ่มทุนสีเทา เชื่อว่าประชาชนยังรอฟังคำตอบเรื่องนี้อยู่
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา พรรคประชาชนได้ยื่นหนังสือเรื่องปัญหาสารพิษในแม่น้ำกกถึงสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ซึ่งจีนก็มีการแสดงจุดยืนชัดเจนแล้วว่า พร้อมสนับสนุนการแก้ไขปัญหานี้ เพียงแต่ขาดการดำเนินการจากฝั่งรัฐบาลไทย ซึ่งไทยต้องร่วมมือกับรัฐบาลจีนและเมียนมา เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง พรรคประชาชนได้ยื่นข้อมูลไปหมดแล้วว่า เหมืองมีจุดไหนบ้าง ซึ่งสถานทูตจีนได้ส่งข้อมูลตรงไปยังรัฐบาลจีนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ประชาชนรออยู่คือการดำเนินการของฝั่งรัฐบาลไทยว่า จะมีความชัดเจนในการส่งตัวแทนเข้าไปร่วมแก้ไขปัญหานี้กับประเทศเพื่อนบ้าน
-ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า การที่พรรคประชาชนคุยกับสถานทูตจีน เป็นการฟอกขาวให้กับรัฐบาลจีนหรือไม่ เพราะข้อมูลเหล่านี้รัฐบาลจีนรู้อยู่แล้ว
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่พรรคประชาชนได้เสนอสู่สังคม เราไม่ได้บอกว่าใครถูกใครผิด แต่บอกอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงจากองค์กรระหว่างประเทศ และภาคประชาสังคมว่า มีสารพิษในแม่น้ำกกในประเทศไทยจริง ซึ่งต้นทางมาจากประเทศเพื่อนบ้าน จีนก็มีความอ่อนไหวทางการเมือง เห็นกลุ่มผู้ชุมนุมไทยออกมาแสดงออกทางการเมืองทำให้เกิดความไม่สบายใจ ก็ต้องเข้าใจข้อแตกต่างซึ่งกันและกัน
พรรคประชาชนจึงต้องใช้การแสดงออก และการเจรจาทางการทูตเชิงรุก เพื่อหาทางออกร่วมกัน ยืนยันว่าไม่ใช่เป็นการฟอกขาว แต่จะฟอกขาวหรือไม่ไม่ได้อยู่ที่พรรคประชาชน แต่อยู่ที่รัฐบาลว่ามีความชัดเจนและทำงานเชิงรุกหรือไม่ หากรัฐบาลไทยมีการทำงานเชิงรุกและรัฐบาลจีนไม่ได้ทำตามที่บอกว่า พร้อมสนับสนุนไทย ก็สะท้อนถึงความจริงใจในการแก้ปัญหา ซึ่งตนเองไปพูดก่อนไม่ได้ เพราะต้องรอดูผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งอยู่ที่ไทยว่าจะดำเนินการอย่างไร