เปิดศึกคืนที่ 6! มะกันระเบิดเมืองใต้ ทรัมป์โวชนะอิหร่านยับ-ขู่บอมบ์แหลก
17 ก.ค. 2569 | apirak_pra

สงครามเดือดเป็นคืนที่ 6 สหรัฐฯ ปูพรมขีปนาวุธทำลายระบบสาธารณูปโภคอิหร่านพังยับ ด้านอิหร่านยิงขีปนาวุธ-ฝูงโดรนสวนกลับถล่มฐานทัพอเมริกาในตะวันออกกลาง
ข่าว
17 ก.ค. 2569 | apirak_pra

สงครามเดือดเป็นคืนที่ 6 สหรัฐฯ ปูพรมขีปนาวุธทำลายระบบสาธารณูปโภคอิหร่านพังยับ ด้านอิหร่านยิงขีปนาวุธ-ฝูงโดรนสวนกลับถล่มฐานทัพอเมริกาในตะวันออกกลาง
KEY
POINTS
วิกฤตการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงดิ่งลงสู่เหวแห่งความรุนแรงอย่างไร้ทางออก ล่าสุด กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยืนยันความสำเร็จในปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ใส่ประเทศอิหร่านเป็นคืนที่ 6 ติดต่อกัน โดยระดมทั้งเครื่องบินรบ โดรน และเรือรบ ยิงอาวุธนำวิถีแม่นยำสูงเข้าถล่มเป้าหมายทางทหารและระบบสาธารณูปโภคอย่างหนักหน่วง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งทะยานขึ้นเกือบ 12% ในสัปดาห์นี้ และฉุดตลาดหุ้นเอเชียรวมถึงดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นดิ่งร่วงกวา 3%
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้แถลงการณ์ต่อหน้าสื่อมวลชน ณ ทำเนียบขาว โดยประกาศอย่างมั่นใจว่า สหรัฐฯ กำลังกุมความได้เปรียบและ "ชนะครั้งใหญ่" ในศึกความขัดแย้งร่วมกับอิสราเอลเพื่อสยบอิหร่าน พร้อมส่งสัญญาณเตือนว่าผลลัพธ์ของความมุ่งมั่นนี้จะปรากฏให้เห็นในเร็วๆ นี้ อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวจากสำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านเปิดความจริงอีกด้านว่า การปูพรมถล่มยับของสหรัฐฯ ในคืนที่ผ่านมาได้จงใจพุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานพลเรือนอย่างรุนแรง โดยขีปนาวุธได้ยิงทำลายสะพานยุทธศาสตร์ 5 แห่งในจังหวัดฮอร์มซกาน รวมถึงสะพานบันดาร์-เอ คาเมียร์ ส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิตทันที 7 ราย และบาดเจ็บอีก 9 คน
นอกจากนี้ การโจมตีของสหรัฐฯ ยังสร้างความเสียหายต่อสถานีรถไฟ คลังสินค้า และสถานีจ่ายกระแสไฟฟ้าในเมืองบันดาร์อับบาสจนเกิดไฟดับเป็นวงกว้าง รวมถึงการยิงขีปนาวุธถล่มหอบังคับการเดินเรือทางทะเลที่ท่าเรือชาบาฮาร์เป็นครั้งที่สามในรอบสัปดาห์ และการถล่มท่าอากาศยานในเมืองอิหร่านชาห์รอย่างยับเยิน ด้านสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ฝั่งรีพับลิกันได้เร่งผลักดันงบประมาณฉุกเฉินมูลค่า 95,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนกองทัพในสงครามอิหร่านและชดเชยคลังแสงอาวุธที่ร่อยหรอลงไปอย่างรวดเร็ว
ขณะที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และกองทัพอิหร่าน ประกาศกร้าวว่าช่องแคบฮอร์มุซจะไม่มีวันกลับมาเป็นเหมือนเดิม และสั่งระงับการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติทุกลำผ่านน่านน้ำนี้ตราบใดที่สหรัฐฯ ยังไม่หยุดโจมตี พร้อมเปิดฉากยิงขีปนาวุธและฝูงโดรนพลีชีพสวนกลับถล่มฐานทัพอเมริกาในคูเวต โดยอ้างว่าทำลายเรดาร์ป้องกันภัย, คลังอาวุธ และเครื่องยิงจรวด HIMARS ได้สำเร็จ ควบคู่กับการส่งโดรนบอมบ์ศูนย์บัญชาการปฏิบัติการพิเศษของสหรัฐฯ ที่ฐานทัพอัล-ตานฟ์ในประเทศซีเรีย และฐานทัพอากาศเซเคียร์ในบาห์เรน
ความปั่นป่วนจากการรัวขีปนาวุธตอบโต้ของอิหร่านได้ลุกลามเข้าสู่ประเทศพันธมิตร โดยกองทัพจอร์แดนระบุว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสอยขีปนาวุธอิหร่านร่วงได้ 3 ลูก ขณะที่กระทรวงกลาโหมของกาตาร์ต้องประกาศยกระดับเตือนภัยความมั่นคงขั้นสูงสุด สั่งประชาชนห้ามออกจากเคหะสถาน หลังระบบต่อต้านภัยทางอากาศของกาตาร์ต้องระดมยิงสกัดฝูงขีปนาวุธและโดรนลึกลับเหนือท้องฟ้า ส่งผลให้มีสะเก็ดระเบิดจากการสกัดกั้นร่วงตกใส่ย่านชุมชนจนมีเด็กได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ก่อนที่สถานการณ์จะคลี่คลายลงในเวลาต่อมา ท่ามกลางคำเตือนจากไออีเอ (IEA) ที่ระบุว่าความมั่นคงทางพลังงานโลกกำลังเผชิญหน้ากับฝันร้ายขั้นรุนแรง โดยเฉพาะประเทศในแถบเอเชียที่จะได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ