รัสเซีย ถล่ม เคียฟ ยับโดนตึกสูงดับพุ่ง 9 ราย เจ็บเฉียดครึ่งร้อย
06 ก.ค. 2569 | apirak_pra

กองทัพรัสเซียระดมขีปนาวุธและโดรนโจมตีกรุงเคียฟระลอกใหม่ พุ่งเป้าถล่มตึกที่พักอาศัยพังยับเยิน สังเวยชีวิตแล้ว 9 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 46 คน
ข่าว
06 ก.ค. 2569 | apirak_pra

กองทัพรัสเซียระดมขีปนาวุธและโดรนโจมตีกรุงเคียฟระลอกใหม่ พุ่งเป้าถล่มตึกที่พักอาศัยพังยับเยิน สังเวยชีวิตแล้ว 9 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 46 คน
KEY
POINTS
สถานการณ์สงครามในยุโรปตะวันออกทวีความรุนแรงและโหดเหี้ยมยิ่งขึ้น ล่าสุดกองทัพรัสเซียได้เปิดฉากส่งขีปนาวุธและโดรนโจมตีทางอากาศถล่มกรุงเคียฟ เมืองหลวงของประเทศยูเครนอย่างหนักหน่วงในช่วงเช้ามืดวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคมตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันทีในเมืองหลวงอย่างน้อย 9 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บกระจายอยู่ทั่วเมืองอีก 46 คน โศกนาฏกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นคล้อยหลังเพียงไม่กี่วันหลังจากที่กรุงเคียฟเพิ่งเผชิญกับการโจมตีครั้งนองเลือดที่สุดของปีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งในครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 31 ราย
หน่วยบริการสถานการณ์ฉุกเฉินของยูเครนเปิดเผยว่า แรงระเบิดจากการโจมตีระลอกนี้ส่งผลให้อาคารที่พักอาศัยได้รับความเสียหายอย่างหนักหรือถูกทำลายไปอย่างน้อย 15 หลัง โดยเฉพาะในย่านประวัติศาสตร์อย่าง "โปดิลสกี" (Podilskyi) ซึ่งมีรายงานอาคารที่พักอาศัยถูกโจมตีโดยตรงถึง 4 หลัง หนึ่งในนั้นคือตึกสูง 9 ชั้นที่โครงสร้างตั้งแต่ชั้น 5 ขึ้นไปถูกทำลายจนพังทลายลงมาเกือบทั้งหมด เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องระดมรถกระเช้าและบันไดสูงเพื่อปีนขึ้นไปช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่บนชั้นบนอย่างเร่งด่วน ท่ามกลางกลุ่มควันไฟที่พวยพุ่ง และยังต้องส่งทีมค้นหาฝ่าซากปรักหักพังเข้าไปในตึกที่พักอาศัยสูง 21 ชั้นในย่านเดียวกันเพื่อตามหาผู้รอดชีวิตที่อาจถูกฝังอยู่ใต้เศษคอนกรีต
ขณะเดียวกัน นายวิตาลี คลิตช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ ระบุว่าความสูญเสียยังแผ่ขยายไปยังย่าน "ดาร์นิตสกี" (Darnytskyi) ทางทิศตะวันออกของเมืองหลวง โดยเศษซากจากการระเบิดได้ปลิวตกใส่ตึกอพาร์ตเมนต์สูง 25 ชั้น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในจุดนี้ 2 ราย นอกจากนี้ยังเกิดเหตุเพลิงไหม้อย่างรุนแรงบนตึกสูง 30 ชั้นในย่านเดียวกัน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งอพยพผู้พำนักอาศัยออกจากตัวอาคารกันอย่างอลหม่าน ซึ่งภาพเหตุการณ์จริงเผยให้เห็นทีมกู้ภัยกำลังลำเลียงผู้บาดเจ็บออกจากพื้นที่ด้วยเปลหามอย่างเร่งรีบ
นอกจากความเสียหายในเขตเมืองหลวงแล้ว นายไมโคลา กาลาชนิก ผู้ว่าราชการภูมิภาคเคียฟ เปิดเผยว่า พื้นที่โดยรอบกรุงเคียฟก็ถูกโจมตีขนานใหญ่เช่นกัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย และบาดเจ็บอีก 15 คน ขณะที่เมืองท่าโอเดซา (Odesa) ทางตอนใต้ริมฝั่งทะเลดำก็ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีในคืนเดียวกัน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 1 ราย
วิกฤตความรุนแรงที่เกิดขึ้นใกล้ชายขอบยุโรป ส่งผลให้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างโปแลนด์ ซึ่งเป็นทั้งสมาชิกกลุ่มนาโต (NATO) และสหภาพยุโรป (EU) ต้องสั่งนำเครื่องบินรบขึ้นบินลาดตระเวนเหนือน่านฟ้าทันทีเพื่อเป็นมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังภัยล่วงหน้า ทั้งนี้ ก่อนหน้าที่จะเกิดการโจมตีเพียงไม่นาน ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ได้ออกแถลงการณ์แจ้งเตือนภัยเร่งด่วนให้ประชาชนรับทราบล่วงหน้าและรีบเดินทางเข้าสู่ที่หลบภัยแล้ว แต่เนื่องจากรัสเซียระดมยิงอาวุธเข้ามาเป็นชุดใหญ่ ทำให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศทำงานอย่างหนักและไม่อาจสกัดกั้นความสูญเสียไว้ได้ทั้งหมด