ความคืบหน้าทางฝั่งของ ป.ป.ส. นักข่าวสอบถามไปที่ นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. บอกว่า คดีแอร์มินา ขณะนี้ กลไกการสืบสวนสอบสวน และการทำการข่าวในฝั่งประเทศไทยมีความคืบหน้าไปมาก ยืนยันทุกหน่วยงานกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานสอดรับกัน เพื่อทำสำนวนใหญ่ส่งฟ้องอัยการ
และจากข้อมูลการข่าวระบุชัดเจนถึงกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องในขบวนการ แบ่งหน้าที่กันทำอย่างเป็นระบบ เช่น กลุ่มของนายอุทัย ในส่วนของ บช.ปส. ได้เข้าไปขยายผลจับกุมตัวนายอุทัย ชายสวมเสื้อฮู้ดที่ปรากฏในภาพกล้องวงจรปิดขณะส่งพัสดุ รวมถึงผู้เกี่ยวข้องรายอื่นๆ
ส่วนกลุ่มของนายอาทิตย์ (ชายไทย) และนางทัดสะพอน (ภรรยาชาวลาว) สองสามีภรรยาที่เป็นผู้ต้องหาและตัวการสำคัญในเครือข่ายลักลอบขนยาเสพติด (เฮโรอีน) ข้ามชาติ ส่งของมาจากทางฝั่งจังหวัดเลย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมและนำตัวมาขยายผลเชื่อมโยงพยานหลักฐานเพิ่มเติมแล้ว
ส่วนสถานะของ "แอร์มินา" ในออสเตรเลีย นางสาวอารีภักดิ์ ระบุว่า กรณีสถานะทางกฎหมายของ "แอร์มินา" ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งมีกระแสข่าวว่า ทางการออสเตรเลียยังไม่ได้ระบุสถานะผู้ต้องหาอย่างเป็นทางการ เนื่องจากคดียังไม่ได้ขึ้นสู่ชั้นศาลของทางออสเตรเลีย ในทางกฎหมายอาจจะยังไม่ได้แจ้งข้อหาใหญ่เพิ่มเติม แต่ในความเป็นจริงสามารถใช้คำว่าผู้ต้องหาได้แล้วในความผิดฐานนำเข้าสินค้าต้องห้ามหรือยาเสพติดเข้าประเทศ
ทั้งนี้การทำงานของทางการออสเตรเลียกับฝั่งไทยเป็นการทำหน้าที่คู่ขนานกันไป โดย แอร์น้องมินา ได้ให้การที่เป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ออสเตรเลีย ซึ่งทางนั้นจะนำข้อมูลไปขยายผลทลายเครือข่ายปลายทางที่พวกเขากำลังจับตาดูอยู่เช่นกัน ขณะที่ ป.ป.ส. และหน่วยงานของไทยจะรับผิดชอบสืบสวนขยายผลต้นทาง
ซึ่งตอนนี้ทั้งฝั่งออสเตรเลียและฝั่งไทย ต่างคนต่างทำหน้าที่ในส่วนที่รับผิดชอบอย่างเต็มที่
"ขอยืนยันว่าในส่วนของฝั่งไทยนั้น คดีมีความคืบหน้าไปมาก ถือว่าใกล้เต็มทีแล้ว เพราะเรารู้กลุ่มขบวนการและตัวการใหญ่แล้วว่าอยู่ที่ลาว แต่ยังเอ่ยชื่อไม่ได้ บอกได้เพียงว่าขบวนการนี้เขาทำสำเร็จรูปทุกอย่างมาเลย บรรจุภัณฑ์สิ่งของใส่พัสดุมาตั้งแต่ลาว ก่อนจะส่งข้ามมาในตอนในฝั่งไทย เพื่อหาคนส่งต่อ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนหาพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อออกหมายจับแล้ว เพราะนี่ถือเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และจำเป็นต้องถึงมือ DSI"
ส่วนปลายทางที่ออสเตรเลีย ก็มีข่าวดี เพราะเจ้าหน้าที่รู้แล้วว่ายาที่ส่งผ่านมาถึงแอร์มินา ปลายทางจะไปลงตรงไหนถึงใคร
นางสาวอารีภักดิ์ บอกอีกว่า ในทางปฏิบัติของคดีนี้ ป.ป.ส. ทำหน้าที่เป็น "หน่วยอำนวยการ" ในการรวบรวมข้อมูล และการข่าวทั้งหมดที่มีการติดตามสะสมมาตลอด 2 ปี โดยคดีนี้ได้รับการตั้งเป็น "คดีพิเศษ" เนื่องจากเป็นขบวนการอาชญากรรมขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อน ทำให้มีหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเข้ามาร่วมดำเนินการหลายภาคส่วน ภายใต้การดูแลภาพรวมของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) รับผิดชอบข้อมูล และติดตามขยายผลตัวการเครือข่าย กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ร่วมจัดการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมถึงการสืบสวนแกะรอยยานพาหนะและรถยนต์ที่ใช้ในการกระทำความผิด จนสามารถตามจับกุมตัวผู้เกี่ยวข้องได้ทั้งหมด และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้ามารับผิดชอบในขั้นตอนท้ายสุดในฐานะคดีพิเศษ เพื่อคุมภาพรวมและจัดทำสำนวน
ทั้งนี้ในข้อมูลและข้อเท็จจริงต่างๆ ที่แต่ละหน่วยงานได้มา จะถูกนำมาเชื่อมโยงกันเหมือนการต่อจิ๊กซอว์ เพื่อให้เห็นภาพขององค์กรอาชญากรรมยาเสพติดขนาดใหญ่นี้ได้อย่างชัดเจน ก่อนจะเอามารวมเป็นสำนวนเดียวกันส่งให้อัยการดำเนินคดี
ทั้งนี้ มีรายงานว่า พนักงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 1 ได้นำตัวนายอุทัย คณาภิวัฒน์ อายุ 47 ปี และ นายนันทวัฒน์ ยิ่งพัฒนาวงศ์ อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาฐานร่วมจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่ง(เฮโรอีน)โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า มาฝากขังครั้งแรก
โดยท้ายคำร้องพนักงานสอบสวน ระบุว่า เนื่องจากเป็นคดีที่สืบสวนสอบสวนขยายผลเครือข่ายข้ามชาติจากคดีแอร์โฮสเตสสายการบินไทย ที่ถูกทางการออสเตรเลียจับกุมหลังลักลอบนำเข้าเฮโรอีนซุกซ่อนในกระเป๋าเดินทาง ซึ่งพนักงานสอบสวนยังต้องสอบสวนพยานอีก 10 ปาก รอผลการตรวจพิสูจน์ของกลาง รอผลการตรวจลายนิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาทั้งสอง จึงขอหมายขังผู้ต้องหาทั้งสองไว้ระหว่างสอบสวนมีกำหนด 12 วันตั้งแต่วันที่ 6-17 ก.ค.69
หากผู้ต้องหาขอปล่อยชั่วคราว พนักงานสอบสวนขอคัดค้าน เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูงหากผู้ต้องหาทั้งสองได้รับการปล่อยชั่วคราวเกรงว่าจะหลบหนีและยากแก่การติดตามตัวมาดำเนินคดีภายหลัง
อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวน ได้ทำคำร้องฝากขัง ที่ ยฝ 1584/2569 ของนายอุทัย ในความผิดฐานร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ อีกสำนวนด้วย
ศาลอาญาพิเคราะห์คำร้องแล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังได้
ศาลไม่ให้ประกัน 2 ผู้ต้องหาค้าเฮโรอีนมือส่งของให้เเอร์สาว “มีนา”
ภายหลังพนักงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 1 ได้นำตัว นายอุทัย อายุ 47 ปี และ นายนันทวัฒน์ อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาฐานร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต มายื่นคำร้องฝากขังต่อศาล โดยศาลพิจารณาอนุญาตให้ฝากขังได้ ต่อมาผู้ต้องหาทั้งสองยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างฝากขัง
ศาลพิเคราะห์ความหนักเบาของข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าร่วมกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในลักษณะขบวนการข้ามชาติ นับว่าร้ายแรง มีเหตุอันควรเชื่อว่าหากปล่อยตัวไป ผู้ต้องหาจะหลบหนี ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว และให้ยกคำร้อง