ส่วนจะเลื่อนบัญชีผู้ที่อยู่ในรายชื่อสำรองขึ้นมาบรรจุแทนได้หรือไม่นั้น นายวรศิษฎ์ บอกว่า จะต้องพิจารณาอีกครั้ง แต่ไม่ต้องสอบใหม่ เพราะกลุ่มคนที่สอบได้ ได้รวมไป 2 กลุ่มคือ กลุ่มแรกผู้ที่สอบได้ตามปกติด้วยความสามารถของตัวเอง และกลุ่มที่สองคือ คนที่มีคะแนนความผิดปกติ ดังนั้น หากผู้ที่สอบได้ด้วยความสามารถของตัวเอง กระทรวงฯ ต้องรักษาสิทธิ์ไว้อยู่แล้ว เพื่อไม่ให้กระทบสิทธิ์นั้น แต่คนที่มีความผิดปกติ ก็ต้องดำเนินการต่อไป ดังนั้น คนที่โดนดึงออก คือ กลุ่มคนที่มีคะแนนความผิดปกติ และลำดับต่อมาจะขึ้นมาแทน
ส่วนผู้ที่ถูกดึงรายชื่อออกจะต้องชี้แจงกับคณะกรรมการ หรือจะได้รับโทษอาญาหรือไม่นั้น นายวรศิษฎ์ ชี้แจงว่า ก่อนการดำเนินคดีอาญา จะต้องดำเนินการสืบสวนต่อไปว่า เหตุใดคะแนนถึงมีความผิดปกติ และความผิดปกติเกิดขึ้นจากตรงไหน มีความเกี่ยวข้อง หรือมีกระบวนการเป็นอย่างไร ซึ่งต้องหาวิธีการสืบเสาะข้อเท็จจริงให้กระจ่าง
ส่วนกระบวนการนี้จะดึงความความเชื่อมั่นให้กับกระทรวงมหาดไทยได้หรือไม่นั้น นายวรศิษฎ์ มั่นใจว่า สามารถดึงความเชื่อมั่นได้ เพราะที่ผ่านมากระทรวงฯ ทำงานอยู่บนความตั้งใจ จริงใจที่จะแก้ปัญหา และนอกจากกระทรวงมหาดไทยแล้ว ยังมีอีกหลายหน่วยงานที่ทำงานร่วมกัน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ หากตรวจสอบแล้ว จะประสานตรวจสอบกับหน่วยงานอื่น ๆ ด้วย เพื่อดำเนินการในขั้นต่อไป และหากพบผู้ที่มีคะแนนผิดปกติ เป็นหนึ่งในกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต ก็จะต้องสืบสาวต่อไป