ยูเครนเอาคืนสะท้านกรุง! ส่งโดรนถล่มรัสเซียกว่า 500 ลำ เขย่ามอสโกหนักสุดในรอบปี
17 พ.ค. 2569

ยูเครนเปิดฉากถล่มกลับครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่าปี ส่งโดรนทะลุ 500 ลำ โจมตีกรุงมอสโกและเมืองรอบนอก ท่ามกลางมาตรการตัดท่อน้ำเลี้ยงรัสเซียรอบใหม่จากสหรัฐฯ
ข่าว
17 พ.ค. 2569

ยูเครนเปิดฉากถล่มกลับครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่าปี ส่งโดรนทะลุ 500 ลำ โจมตีกรุงมอสโกและเมืองรอบนอก ท่ามกลางมาตรการตัดท่อน้ำเลี้ยงรัสเซียรอบใหม่จากสหรัฐฯ
สถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนก้าวสู่ความรุนแรงระลอกใหม่ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 (วันที่ 1,544 ของสงคราม) เมื่อกองทัพยูเครนตัดสินใจส่งฝูงโดรนพลีชีพครั้งมโหฬารบุกโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซีย รวมถึงพื้นที่ยุทธศาสตร์ใจกลางกรุงมอสโก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย และบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก ถือเป็นปฏิบัติการเอาคืนทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดต่อเมืองหลวงรัสเซียในรอบเวลากว่าปี
การโจมตีอันดุเดือดในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ได้ออกมาประกาศเมื่อวันศุกร์ว่าจะส่งหมัดสวนกลับรัสเซียอย่างรุนแรง เพื่อล้างแค้นให้แก่ประชาชนชาวยูเครน 24 ราย ที่ต้องสังเวยชีวิตจากการที่รัสเซียเปิดฉากถล่มกรุงเคียฟอย่างบ้าคลั่งไปก่อนหน้านี้ หลังสัญญาสงบศึกชั่วคราว 3 วันสิ้นสุดลงเมื่อวันอังคาร
กระทรวงกลาโหมรัสเซียเปิดเผยว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดกั้นและทำลายโดรนของยูเครนได้ถึง 556 ลำ ทั่วภูมิภาคต่างๆ มากกว่า 10 จังหวัด แต่อย่างไรก็ตาม มีโดรนจำนวนไม่น้อยที่หลุดรอดเข้าไปสร้างความเสียหายในจุดสำคัญ
พลเรือนสังเวย 4 ศพ: ยอันเดร โวรอบยอฟ ผู้ว่าราชการกรุงมอสโก ยืนยันพบผู้เสียชีวิต 3 รายในพื้นที่รอบนอก โดยเป็นหญิงชราที่เสียชีวิตคาบ้านพักหลังโดนระเบิดโจมตีในย่านคิมกิ (Khimki) ทางเหนือของเมืองหลวง และชายอีก 2 รายเสียชีวิตในหมู่บ้านโปโกเรลกี นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้เสียชีวิตอีก 1 รายในจังหวัดเบลโกรอด (Belgorod) ที่อยู่ติดพรมแดนยูเครน
ท่ามกลางควันปืนในโลกความจริง เกมการเมืองระดับโลกก็ทวีความเข้มข้นขึ้น เมื่อรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจเด็ดขาดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ด้วยการปล่อยให้ "มาตรการผ่อนปรนการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซีย" (Sanctions Waiver) สิ้นสุดอายุลงโดยไม่มีการต่อสัญญาใหม่
ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ เคยผ่อนผันให้บางประเทศ รวมถึงอินเดีย สามารถซื้อน้ำมันดิบขนส่งทางเรือของรัสเซียได้ชั่วคราวเป็นเวลา 1 เดือน เพื่อบรรเทาภาวะขาดแคลนพลังงานและราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงจากการที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ
แต่ล่าสุด สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยืนยันว่าจะไม่มีการออกใบอนุญาตทั่วไปรอบใหม่ให้แก่เรือบรรทุกน้ำมันของรัสเซียอีกต่อไป มาตรการนี้สอดคล้องกับแรงกดดันจากสองแกนนำวุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครต (จีน ชาฮีน และ อลิซาเบธ วอร์เรน) ที่ชี้ชัดว่า มาตรการผ่อนปรนเดิมไม่ได้ช่วยลดค่าครองชีพหรือราคาน้ำมันให้แก่ชาวอเมริกันเลยแม้แต่น้อย แต่กลับเป็นการส่งเงินสกุลดอลลาร์เข้ากระเป๋าเครมลินเพื่อนำไปผันเป็นทุนในการซื้ออาวุธมาถล่มยูเครน
ผลกระทบจากสงครามทางอากาศเริ่มลามเข้าสู่เขตแดนของกลุ่มประเทศสมาชิกนาโต (NATO) อย่างชัดเจนและรุนแรงขึ้น
วิกฤตการเมืองลัตเวีย: ความล้มเหลวในการสกัดกั้นโดรนจากสงคราม ส่งผลให้ นางเอวิกา ซิลินา นายกรัฐมนตรีลัตเวีย ต้องประกาศลาออกจากตำแหน่ง ส่งผลให้รัฐบาลผสมล่มสลายทันที หลังจากเธอสั่งปลดรัฐมนตรีกลาโหม โทษฐานปล่อยให้โดรนยูเครนหลุดรอดข้ามพรมแดนรัสเซียเข้ามาระเบิดในคลังน้ำมันของประเทศโดยที่กองทัพตรวจจับไม่ได้ ล่าสุดประธานาธิบดีลัตเวียได้เสนอชื่อ นายอันดริส คุลเบิร์กส์ แกนนำฝ่ายค้านขึ้นมาจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ทำหน้าที่แทน
การส่งโดรนทะลวงกรุงมอสโกของยูเครนพร้อมมาตรการขยับคว่ำบาตรขั้นเด็ดขาดจากสหรัฐฯ ในครึ่งแรกของปี 2026 แสดงให้เห็นว่า ยุทธศาสตร์การรบของฝั่งพันธมิตรตะวันตกกำลังมุ่งเป้าไปที่การทำลายเสถียรภาพภายในของรัสเซียพร้อมๆ กันทั้งทางทหารและเศรษฐกิจ แนวโน้มหลังจากนี้ความตึงเครียดจะยิ่งทวีคูณเมื่อราคาน้ำมันโลกอาจผันผวนหนักจากการล็อกตายน้ำมันรัสเซีย ข้อสังเกตสำคัญคือแรงกดดันที่ส่งต่อไปยังกลุ่มประเทศชายขอบนาโตอย่างโรมาเนียและลัตเวีย ที่ตอนนี้เริ่มหมดความอดทนกับการรุกล้ำน่านฟ้า และนี่อาจเป็นตัวเร่งให้เกิดการยกระดับระบบป้องกันภัยทางอากาศร่วมกันของยุโรปตะวันออกในอนาคตอันใกล้
ข่าวล่าสุด