เนชั่นทีวี

ข่าว

สรุปสงครามอิหร่านรอบวัน: สภาฯสหรัฐฯหักหน้าทรัมป์โหวตริบอำนาจทำสงคราม

04 มิ.ย. 2569 | apirak_pra

สรุปสงครามอิหร่านรอบวัน: สภาฯสหรัฐฯหักหน้าทรัมป์โหวตริบอำนาจทำสงคราม

สรุปสถานการณ์สงครามอิหร่านรอบวัน สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติหักหน้า โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งริบอำนาจทำสงครามอิหร่าน ขณะที่รมต.ต่างประเทศอิหร่านลั่นโต๊ะเจรจาไม่คืบหน้า

สรุปสถานการณ์สงครามอิหร่านรอบวัน สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติหักหน้า โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งริบอำนาจทำสงครามอิหร่าน ขณะที่รมต.ต่างประเทศอิหร่านลั่นโต๊ะเจรจาไม่คืบหน้า

KEY

POINTS

  • สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติผ่าน "มติอำนาจในการทำสงคราม" (War Powers Resolution) เพื่อจำกัดอำนาจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการใช้กำลังทหารกับอิหร่านโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา
  • มติดังกล่าวผ่านความเห็นชอบด้วยคะแนน 215 ต่อ 208 เสียง โดยมี สส. จากพรรครีพับลิกันซึ่งเป็นพรรคของทรัมป์เอง 4 คน แปรพักตร์ไปลงคะแนนสนับสนุนฝ่ายเดโมแครต
  • อย่างไรก็ตาม มตินี้ยังไม่มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย โดยจะต้องผ่านการพิจารณาจากวุฒิสภา และคาดว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะใช้สิทธิ์วีโต้ (Veto) เพื่อยับยั้งมติดังกล่าว

สงครามอิหร่านและการเผชิญหน้าทางทหารในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียก้าวเข้าสู่สถานการณ์ระอุครั้งใหม่ ทว่าจุดเปลี่ยนสำคัญในรอบวันกลับเกิดขึ้นใจกลางกรุงวอชิงตัน ดีซี เมื่อสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติครั้งประวัติศาสตร์เพื่อจำกัดอำนาจในการสั่งการรบของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดหลังการปะทะกันอย่างรุนแรงบริเวณเกาะเกชม์และช่องแคบฮอร์มุซ ขยายวงลามไปสู่การโจมตีสนามบินในคูเวต ขณะที่ตัวแทนทางการทูตของอิหร่านออกมายอมรับว่า ช่องทางเจรจาระหว่างสองมหาอำนาจยังคงมืดแปดด้านและไร้ความคืบหน้า

 

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ หักหน้า "ทรัมป์" ผ่านมติริบอำนาจทำสงคราม

ทำเนียบขาวต้องเผชิญกับสถานการณ์ทางการเมืองที่ยากลำบากอย่างยิ่ง หลังจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ (ซึ่งควบคุมโดยพรรครีพับลิกันของทรัมป์เอง) ได้ลงมติด้วยคะแนนเสียง 215 ต่อ 208 เสียง เห็นชอบต่อ "มติอำนาจในการทำสงคราม" (War Powers Resolution) เพื่อบังคับให้ประธานาธิบดีต้องถอนกองทัพสหรัฐฯ ออกจากการเผชิญหน้าและการสู้รบกับอิหร่านโดยทันที หากไม่ได้รับฉันทานุมัติอย่างเป็นทางการจากรัฐสภา

รายงานข่าวระบุว่า มีสส. ฝั่งรีพับลิกันถึง 4 คน ที่แปรพักตร์หันไปลงคะแนนสนับสนุนร่างกฎหมายของฝั่งเดโมแครต ประกอบด้วย ทอม บาร์เรตต์ (มิชิแกน), วอร์เรน เดวิดสัน (โอไฮโอ), ไบรอัน ฟิตซ์แพทริก (เพนซิลเวเนีย) และ โทมัส แมสซี (เคนทักกี) ซึ่งความพ่ายแพ้ในสภาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่พอใจที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในกลุ่มนักการเมืองรีพับลิกัน ต่อการทำสงครามอิหร่านของทรัมป์ เนื่องจากก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยให้สัญญาในช่วงหาเสียงว่าจะไม่ก่อสงครามใหม่และรับปากว่าวิกฤตนี้จะจบลงอย่างรวดเร็ว แต่ความจริงกลับยืดเยื้อและทวีความรุนแรงขึ้น

คิมเบอร์ลี ฮัลเกตต์ ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาววิเคราะห์ว่า มตินี้นับเป็นการหักหน้าและตบหน้าทรัมป์อย่างรุนแรงจากคนในพรรคตัวเอง อย่างไรก็ตาม ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญของสหรัฐฯ ร่างมติดังกล่าวจะยังไม่มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายจนกว่าจะผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา (ซึ่งสภาสูงได้เริ่มกระบวนการพิจารณาแล้วในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา) และจำเป็นต้องได้รับการลงนามโดยประธานาธิบดี ซึ่งคาดการณ์ว่าทรัมป์จะใช้สิทธิ์วีโต้ (Veto) เพื่อปัดตกและรักษาอำนาจสั่งการทหารของตนเองไว้ต่อไป

สรุปสงครามอิหร่านรอบวัน: สภาฯสหรัฐฯหักหน้าทรัมป์โหวตริบอำนาจทำสงคราม

อิหร่านยันโต๊ะเจรจาไร้ความคืบหน้า ลั่นไม่ยอมจำนนต่อสงครามและการคว่ำบาตร

ทางด้านความเคลื่อนไหวจากฝั่งรัฐบาลเตหะราน นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ได้ออกมาแถลงการณ์อย่างตรงไปตรงมาว่า กระบวนการเจรจาทางตรงและทางอ้อมกับรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อยุติสงครามในเวลานี้ "ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ทั้งสิ้น" แม้ว่าช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างสองเมืองหลวงจะยังคงเปิดกว้างอยู่ก็ตาม

นอกจากนี้ นายอารักชีได้กล่าวปกป้องปฏิบัติการทางทหารของกองทัพอิหร่านและกองกำลัง IRGC ในการยิงขีปนาวุธถล่มคูเวตและบาห์เรน โดยย้ำว่าเป็นมาตรการ "เพื่อป้องกันตนเอง" หลังจากสหรัฐฯ ละเมิดข้อตกลงและเปิดฉากถล่มเกาะเกชม์ก่อน ยิ่งไปกว่านั้น รมว. ต่างประเทศอิหร่านได้ส่งสัญญาณเตือนอย่างแข็งกร้าวไปยังทำเนียบขาวว่า

"สิ่งที่มาตรการคว่ำบาตรและสงครามในอดีตไม่เคยทำได้สำเร็จ จะไม่มีวันชนะได้ด้วยการขยายสงครามให้ใหญ่ขึ้น และอิหร่านจะไม่มีวันนิ่งเฉยอย่างเด็ดขาดหากอิสราเอลหรือสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่เข้าใส่กรุงเบรุต" อับบาส อารักชี กล่าว

แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นหลังจากสถิติล่าสุดระบุว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้สั่งปรับเปลี่ยนเส้นทางและควบคุมเรือขนส่งสินค้าเชิงพาณิชย์ไปแล้วถึง 125 ลำ นับตั้งแต่เริ่มประกาศมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือทั้งหมดของอิหร่านในช่วงกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา ขณะที่เหตุการณ์ยิงขีปนาวุธถล่มสนามบินนานาชาติคูเวตในรอบวันที่ผ่านมา มีรายงานยืนยันว่าส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกมากกว่า 60 คน

สรุปสงครามอิหร่านรอบวัน: สภาฯสหรัฐฯหักหน้าทรัมป์โหวตริบอำนาจทำสงคราม

สหรัฐฯ ประกาศดีลหย่าศึกเลบานอน-อิสราเอล ย้ำเคารพข้อตกลงเดิม

มานูเอล ราพาโล ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน ดีซี เปิดเผยว่า ตัวแทนคณะทูตของสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ในการเจรจาไตรภาคีรอบล่าสุด ประเทศอิสราเอลและเลบานอนได้บรรลุข้อตกลงในการลงนาม "คำมั่นสัญญาหยุดยิง" ร่วมกันเรียบร้อยแล้ว โดยข้อตกลงดังกล่าวระบุเงื่อนไขให้กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ต้องยุติการยิงจรวดโจมตีดินแดนอิสราเอลทั้งหมด และต้องถอนกำลังพลรวมถึงยุทโธปกรณ์ทั้งหมดออกจากพื้นที่ทางตอนใต้ของแม่น้ำลิตานี (Litani sector)

อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการในครั้งนี้ไม่ใช่การทำสัญญาหยุดยิงฉบับใหม่ แต่เป็นการบังคับใช้และประกาศย้ำให้ทุกฝ่ายเคารพต่อข้อตกลงหยุดยิงเดิมที่เคยทำไว้เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา (ซึ่งเป็นข้อตกลงขยายระยะเวลาหย่าศึกออกไป 45 วัน) โดยมีไฮไลต์สำคัญคือการจัดตั้ง "เขตนำร่องความปลอดภัย" (Pilot Zones) ที่กำหนดให้กองทัพรัฐบาลเลบานอน (Lebanese Armed Forces) เข้ามามีอำนาจสิทธิ์ขาดในการควบคุมพื้นที่แต่เพียงผู้เดียว และห้ามไม่ให้มีกองกำลังติดอาวุธที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง

ถึงกระนั้น นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงจากสถาบัน สติมสัน เซนเตอร์ (Stimson Center) ได้ออกมาแสดงความกังขาต่อความสำเร็จในครั้งนี้ โดยชี้ว่าในประวัติศาสตร์ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสองประเทศไม่เคยถูกนำมาปฏิบัติจริงได้สำเร็จ และการที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ไม่ได้เข้าร่วมโต๊ะเจรจาในวอชิงตันโดยตรง ยิ่งทำให้ข้อตกลงนี้เปราะบาง เพราะไม่มีหลักประกันใดๆ ว่าอิสราเอลจะยอมถอนทหารออกจากเลบานอนใต้จริง หรือจะยอมหยุดส่งเครื่องบินรบไปโจมตีแกนนำฮิซบอลเลาะห์ในอนาคต

สรุปสงครามอิหร่านรอบวัน: สภาฯสหรัฐฯหักหน้าทรัมป์โหวตริบอำนาจทำสงคราม

ฮิซบอลเลาะห์เมินสัญญาวอชิงตัน ดักบึ้มรถถังอิสราเอลพังยับ 17 ครั้ง

ในเวลาเดียวกัน สถานการณ์ในสนามรบจริงทางตอนใต้ของเลบานอนยังคงดุเดือดและสวนทางกับภาพการเจรจาที่งดงาม โดยกลุ่มฮิซบอลเลาะห์แถลงว่าในรอบวันที่ผ่านมา ทางกลุ่มได้เปิดฉากปฏิบัติการโจมตีทางทหารเข้าใส่กองทัพอิสราเอลแยกเป็น 17 เหตุการณ์ โดยมีการใช้ฝูงโดรนติดระเบิด ขีปนาวุธนำวิถี และปืนใหญ่ต่อสู้อย่างหนัก

พื้นที่ปะทะรุนแรงที่สุดอยู่บริเวณรอบปราสาทประวัติศาสตร์โบฟอร์ต และพื้นที่ฮัดดาธา ซึ่งนักรบฮิซบอลเลาะห์สามารถใช้โดรนและปืนใหญ่ยิงถล่มรถถังหลัก "เมอร์คาวา" (Merkava) ของอิสราเอลจนพังไป 2 คัน รวมถึงสามารถจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องโจมตียานเกราะของอิสราเอลจนส่งผลให้ทหารอิสราเอลต้องสั่งระงับการรุกคืบและล่าถอยหนีออกไป โดยมีเครื่องบินรบของอิสราเอลบินมาทิ้งระเบิดคุ้มกัน

ขณะเดียวกัน วอลล์สตรีท เจอร์นัล (The Wall Street Journal) รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวระดับสูงจากทำเนียบขาวว่า ทรัมป์ได้ส่งสัญญาณเตือนเป็นการภายในไปยังกลุ่มที่ปรึกษาว่า ตัวเขาพร้อมที่จะสั่ง "ยกเลิกข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านทิ้งทันที" หากสืบทราบว่ามีทหารอเมริกันแม้แต่รายเดียวต้องเสียชีวิตจากการโจมตีของอิหร่านในคูเวตและบาห์เรน

สรุปสงครามอิหร่านรอบวัน: สภาฯสหรัฐฯหักหน้าทรัมป์โหวตริบอำนาจทำสงคราม

เกาะติดสถานการณ์รอบด้านและปฏิกิริยาจากทั่วโลก

  • เยอรมนีแห้วเก้าอี้ UNSC ปมหนุนอิสราเอล: ประเทศเยอรมนีประสบความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ประจำปี 2027 โดยพ่ายแพ้ให้กับโปรตุเกสและออสเตรีย ซึ่งนายโยฮันน์ วาเดพูล รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนียอมรับตรงๆ ว่า เหตุผลที่ทำให้คะแนนเสียงร่วงส่วนหนึ่งมาจากจุดยืนของรัฐบาลเบอร์ลินที่เลือกสนับสนุนอิสราเอลและยูเครนอย่างสุดตัว ซึ่งเป็นจุดยืนที่หลายประเทศในโลกไม่เห็นด้วย
  • อิสราเอลถล่มอพาร์ตเมนต์กาซาดับ 8 ศพ: กองทัพอิสราเอลยังคงเดินหน้าส่งเครื่องบินรบโจมตีทางอากาศเข้าใส่อาคารที่พักอาศัยของพลเรือนในฉนวนกาซาจำนวน 4 จุดพร้อมกัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตล่าสุดพุ่งสูงถึง 8 รายตามรายงานจากโรงพยาบาลอัล-ชิฟา และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสซึ่งเป็นผู้หญิงและเด็กอีกเป็นจำนวนมาก

  • อิสราเอลยืดอายุกักตัวนักบอลหญิงปาเลสไตน์: ทางการอิสราเอลประกาศขยายระยะเวลาในการควบคุมตัว แรนด์ ฮาลาวานี นักฟุตบอลหญิงทีมชาติปาเลสไตน์ออกไปอย่างไม่มีกำหนด สร้างความไม่พอใจและเสียงประณามจากสมาคมฟุตบอลและเจ้าหน้าที่ทางการปาเลสไตน์อย่างรุนแรง