เนชั่นทีวี

ข่าว

สรุปสงครามอิหร่านรอบวัน: อิหร่าน-สหรัฐฯปะทะเดือด ถล่มเกาะเกชม์หลังคูเวต-บาห์เรนโดนขู่

03 มิ.ย. 2569 | apirak_pra

สรุปสงครามอิหร่านรอบวัน: อิหร่าน-สหรัฐฯปะทะเดือด ถล่มเกาะเกชม์หลังคูเวต-บาห์เรนโดนขู่

สรุปสถานการณ์สงครามอิหร่านรอบวัน สหรัฐฯเปิดฉากถล่มเกาะเกชม์ ตอบโต้กองทัพอิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพพญาอินทรีในคูเวตและบาห์เรน ราคาน้ำมันโลกพุ่งกระฉูด

สรุปสถานการณ์สงครามอิหร่านรอบวัน สหรัฐฯเปิดฉากถล่มเกาะเกชม์ ตอบโต้กองทัพอิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพพญาอินทรีในคูเวตและบาห์เรน ราคาน้ำมันโลกพุ่งกระฉูด

KEY

POINTS

  • สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศถล่มฐานที่มั่นของอิหร่านบนเกาะเกชม์ บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
  • การโจมตีของสหรัฐฯ เป็นการตอบโต้ที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวตและบาห์เรน
  • อิหร่านอ้างว่าเหตุปะทะเริ่มต้นจากการที่สหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของตนก่อน ซึ่งนำไปสู่การตอบโต้และยกระดับความรุนแรง
  • ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจโลก ทำให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นทันที

สงครามอิหร่านและวิกฤตการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางยกระดับความรุนแรงขึ้นสู่สภาวะตึงเครียดสูงสุดในรอบวัน หลังจากกองทัพสหรัฐอเมริกาเปิดฉากโจมตีทางอากาศถล่มฐานที่มั่นของอิหร่านบนเกาะเกชม์ (Qeshm Island) บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อตอบโต้กรณีที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ระดมยิงขีปนาวุธนำวิถีและส่งฝูงโดรนกามิกาเซ่โจมตีฐานทัพและโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ ในประเทศพันธมิตรอย่างคูเวตและบาห์เรน ส่งผลให้เสียงไซเรนเตือนภัยทางอากาศดังสนั่นทั่วทั้งสองประเทศ และฉุดให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งทะยานขึ้นทันที

 

เปิดฉากชนวนเหตุปะทะเดือด: จากเหตุยิงเรือน้ำมันสู่ปฏิบัติการถล่มเกาะเกชม์

รายงานข่าวจากสำนักข่าวทาสนิม (Tasnim) ของอิหร่าน เปิดเผยลำดับเหตุการณ์การปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างกองทัพสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยฝ่าย IRGC ระบุว่า ชนวนเหตุเริ่มต้นขึ้นจากการที่กองทัพสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีเรือขนส่งน้ำมันของอิหร่านใกล้กับบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ จนส่งผลให้ห้องเครื่องของเรือได้รับความเสียหายอย่างหนัก เพื่อเป็นการตอบโต้ ทางกองทัพอิหร่านจึงได้ส่งขีปนาวุธโจมตีเรือขนส่งสินค้าที่มีความเชื่อมโยงกับสหรัฐฯ และอิสราเอลทันที

หลังจากนั้น กองทัพสหรัฐฯ ได้ยกระดับสถานการณ์ด้วยการโจมตีหอส่งสัญญาณสื่อสารของ IRGC ทางตอนใต้ของเกาะเกชม์ ส่งผลให้กองบัญชาการกลางกองทัพสหรัฐฯ (CENTCOM) ประกาศในเวลาต่อมาว่า ได้ดำเนินปฏิบัติการโจมตี "เพื่อป้องกันตนเอง" ถล่มสถานีควบคุมภาคพื้นดินของอิหร่านบนเกาะเกชม์สำเร็จ หลังจากตรวจพบว่าอิหร่านกำลังเตรียมการและได้ยิงขีปนาวุธนำวิถีหลายลูกพุ่งเป้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค

สรุปสงครามอิหร่านรอบวัน: อิหร่าน-สหรัฐฯปะทะเดือด ถล่มเกาะเกชม์หลังคูเวต-บาห์เรนโดนขู่

คูเวต-บาห์เรนเปิดระบบป้องกันภัยวุ่น หลังอิหร่านส่งโดรนถล่มฐานทัพสหรัฐฯ

การเปิดฉากโจมตีของอิหร่านส่งผลให้ทางการคูเวตและบาห์เรนต้องประกาศเปิดระบบไซเรนเตือนภัยทางอากาศเพื่อให้ประชาชนเร่งอพยพเข้าสู่ที่บังคับกำบังอย่างเร่งด่วน โดย CENTCOM ระบุว่า ขีปนาวุธ 2 ลูกที่อิหร่านยิงถล่มคูเวตได้เกิดขัดข้องและตกลงก่อนถึงเป้าหมาย ขณะที่ขีปนาวุธอีก 3 ลูกที่ยิงถล่มบาห์เรนถูกระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐฯ และบาห์เรนสกัดกั้นไว้ได้ทัน

อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการยังไม่สิ้นสุดเมื่อ CENTCOM ตรวจพบ "ฝูงโดรนกามิกาเซ่ระลอกใหม่ของอิหร่าน" ที่พยายามบินเข้าโจมตีฐานทัพและกองกำลังสหรัฐฯ ในคูเวตอีกครั้ง แต่ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถยิงสอยร่วงลงได้ทั้งหมด โดยไม่มีบุคลากรหรือทรัพย์สินของกองทัพอเมริกันได้รับความเสียหาย พร้อมทั้งปฏิเสธคำกล่าวอ้างของ IRGC ที่ระบุว่าสามารถโจมตีฐานบัญชาการกองเรือที่ 5 ของสหรัฐฯ ในบาห์เรนได้สำเร็จ โดยย้ำว่าคำกล่าวอ้างของอิหร่านเป็นความเท็จทั้งสิ้น

สรุปสงครามอิหร่านรอบวัน: อิหร่าน-สหรัฐฯปะทะเดือด ถล่มเกาะเกชม์หลังคูเวต-บาห์เรนโดนขู่

"ทรัมป์" ฉุนขาดขู่คว่ำโต๊ะเจรจา บังคับอิหร่านเซ็นสัญญาจำนนเรื่องนิวเคลียร์

ด้านความเคลื่อนไหวจากทำเนียบขาว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ปฏิเสธรายงานข่าวที่ระบุว่ารัฐบาลวอชิงตันและเตหะรานได้ตัดขาดการติดต่อระหว่างกัน โดยทรัมป์ย้ำว่าเป็น "ข่าวปลอม" และยืนยันว่าทั้งสองประเทศยังคงมีการติดต่อสื่อสารกันอย่างต่อเนื่องตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม คิมเบอร์ลี ฮัลเกตต์ ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาววิเคราะห์ว่า ทรัมป์เริ่มแสดงความอารมณ์เสียและเหนื่อยหน่ายผ่านสื่อสังคมออนไลน์มากขึ้น เนื่องจากความพยายามในการปิดดีลข้อตกลงหยุดยิงและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซยังไม่มีความคืบหน้า โดยล่าสุด ทรัมป์ได้ยื่นเงื่อนไขขยับราคาข้อตกลง บังคับให้รัฐบาลอิหร่านต้อง "เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร" เท่านั้นเกี่ยวกับข้อลดหย่อนและการยอมจำนนในโครงการนิวเคลียร์ทั้งหมด

สอดคล้องกับแถลงการณ์ของ นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่ยื่นคำขาดอย่างแข็งกร้าวว่า สหรัฐฯ จะไม่มีวันยอมยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจแก่อิหร่านเพื่อแลกกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ตราบใดที่รัฐบาลเตหะรานยังไม่ยอมส่งมอบคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะทั้งหมดให้แก่หน่วยงานสากล นอกจากนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ มุ่งเป้าทำลายแพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency Exchange) ที่ใหญ่ที่สุดของอิหร่าน เพื่อตัดช่องทางการเงินสกัดทุนเทคโนโลยีดิจิทัลของรัฐบาลเตหะราน

 

ราคาน้ำมันโลกพุ่งกระฉูดแตะ 97 ดอลลาร์ รับข่าวศึกสหรัฐฯ-อิหร่าน

ผลจากการปะทะทางทหารรอบใหม่และการโจมตีขีปนาวุธเฉียดพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจโลกทันที โดยในช่วงเปิดตลาดซื้อขาย ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งทะยานขึ้นมากกว่า 1 เปอร์เซ็นต์

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) พุ่งขึ้น 1.05 ดอลลาร์ หรือคิดเป็น 1.09 เปอร์เซ็นต์ ไปอยู่ที่ระดับ 97.05 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) ของสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 1.01 ดอลลาร์ หรือ 1.08 เปอร์เซ็นต์ แตะระดับ 94.77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนทั่วโลกต่างกังวลว่ามาตรการทางการทูตที่ล้มเหลวจะนำไปสู่สงครามเต็มรูปแบบที่ปิดตายเส้นทางขนส่งพลังงานถาวร

สรุปสงครามอิหร่านรอบวัน: อิหร่าน-สหรัฐฯปะทะเดือด ถล่มเกาะเกชม์หลังคูเวต-บาห์เรนโดนขู่

อิสราเอลเมินดีลหย่าศึก ถล่มเลบานอนดับเพิ่ม 10 ศพ-ตึกโรงพยาบาลพังยับ

ส่วนสถานการณ์ในเลบานอน แม้ว่าเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์จะประกาศความสำเร็จว่าสามารถผลักดันให้เกิดข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้แล้ว แต่ในความเป็นจริง กองทัพอิสราเอลยังคงเปิดฉากโจมตีทางอากาศถล่มพื้นที่ภาคใต้ของเลบานอนอย่างดุเดือด โดยเฉพาะในย่านเบิร์จ เชมาลี (Burj Shemali), เอ็บบา (Ebba) และติบนีน (Tibnin) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 10 ราย ซึ่งรวมถึงเด็ก 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 45 คน โดยแรงระเบิดจากขีปนาวุธของอิสราเอลที่ตกใกล้กับโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยจาบาล อาเมล (Jabal Amel Hospital) ในเมืองท่าไทร์ (Tyre) ได้ส่งผลให้อาคารผู้ป่วยและห้องปฏิบัติการทางเคมีได้รับความเสียหายอย่างหนัก

ด้านกลุ่มฮิซบอลเลาะห์แถลงตอบโต้ว่า ได้เปิดฉากโจมตีกองทัพอิสราเอลกลับไปถึง 13 ครั้ง โดยมีการใช้ขีปนาวุธนำวิถีและปืนใหญ่ถล่มรถถังเมอร์คาวา (Merkava) ของอิสราเอลในพื้นที่ฮัดดาธา และเปิดจังหวะซุ่มโจมตีขบวนรถเกราะของทหารอิสราเอลใกล้ป้อมปราการประวัติศาสตร์โบฟอร์ต จนบีบให้กองกำลังอิสราเอลต้องล่าถอยออกไป

อย่างไรก็ตาม นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้เปิดเผยแผนการผ่านแพลตฟอร์ม X ระบุว่า รัฐบาลอิสราเอลเตรียมทุ่มงบประมาณจำนวนสูงถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการสร้างแนวป้องป้องกันและป้อมปราการถาวรลึกเข้ามา 7 กิโลเมตรจากชายแดนเลบานอน เพื่อแก้ไขปัญหาโดรนโจมตีและฟื้นฟูความปลอดภัยในพื้นที่ภาคเหนืออย่างเด็ดขาด ขณะที่การเจรจาโดยตรงระหว่างผู้แทนเลบานอนและอิสราเอลรอบที่ 4 ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี ได้ปิดฉากลงแล้วโดยทางสหรัฐฯ อ้างว่ามีความคืบหน้าในเชิงโครงสร้างการเมืองเพื่อคืนอธิปไตยให้เลบานอน

 

เกาะติดสถานการณ์และประเด็นสำคัญรอบโลก

  • วิกฤตความปลอดภัยข้อมูลในฉนวนกาซา: องค์การอาหารโลก (WFP) ได้ส่งหนังสือแจ้งเตือนไปยังครอบครัวชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาจำนวนกว่า 600,000 ครัวเรือน เพื่อแจ้งว่าระบบฐานข้อมูลแอปพลิเคชันลงทะเบียนรับความช่วยเหลือสิ่งของบรรเทาทุกข์และเงินสด (SRA) ได้ถูกกลุ่มผู้ไม่หวังดีเจาะระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์ ส่งผลให้ข้อมูลส่วนบุคคลสำคัญ ทั้งชื่อ-นามสกุล, เลขประจำตัวประชาชน, หมายเลขโทรศัพท์มือถือ และพิกัดที่อยู่อาศัย รั่วไหลออกไปสู่บุคคลภายนอก ท่ามกลางภาวะอดอยากจากการถูกปิดล้อมโดยอิสราเอล

  • ชัยชนะของแพทย์อาสากาซาในเวทีการเมืองสหรัฐฯ: ดร.อาดัม ฮามาวี ศัลยแพทย์ชาวอเมริกันผู้เคยอาสาสมัครไปปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงตายรักษาชีวิตเด็กชาวปาเลสไตน์ในโรงพยาบาลยุโรป ณ เมืองขันยูนิส ท่ามกลางดงระเบิดเมื่อปี 2024 สามารถคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งขั้นต้น (Primary) ของพรรคเดโมแครตในเขตเลือกตั้งที่ 12 ของรัฐนิวเจอร์ซีย์ได้สำเร็จ ล้มความพยายามของคณะกรรมการรณรงค์ทางการเมืองที่สนับสนุนอิสราเอล (AIPAC) ที่ทุ่มเงินจำนวนมหาศาลเพื่อโฆษณาโจมตีฮามาวีในการเลือกตั้งครั้งนี้

  • อิสราเอลสั่งแบนนักเคลื่อนไหวอเมริกัน: ลินดา ซาร์ซูร์ นักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนชื่อดังชาวปาเลสไตน์-อเมริกัน เปิดเผยว่าเธอถูกทางการอิสราเอลสั่งห้ามเดินทางเข้าประเทศเพื่อไปเยี่ยมครอบครัว โดยสภาความสัมพันธ์อเมริกัน-อิสลาม (CAIR) ได้ออกแถลงการณ์ประณามการตัดสินใจของอิสราเอลทันที และเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ ออกมาปกป้องสิทธิของพลเมืองอเมริกันจากการใช้อำนาจมิชอบของรัฐบาลแบ่งแยกสีผิวอิสราเอล