อิสราเอลใช้นโยบายเผาเรียบ บุกยึดเมืองใหญ่เลบานอนใต้ทำผู้ลี้ภัยพุ่งล้านชีวิต
ในส่วนของแนวรบฝั่งเลบานอน นายนาวัฟ ซาลาม นายกรัฐมนตรีเลบานอน ได้ออกมาแถลงการณ์ประณามกองทัพอิสราเอลอย่างรุนแรงว่ากำลังใช้ "นโยบายเผาทำลายเรียบ" (Scorched-earth policy) หลังจากกองทัพอิสราเอลขยายปฏิบัติการภาคพื้นดินข้ามแม่น้ำลิตานี บุกจู่โจมทุบทำลายสิ่งปลูกสร้างและบ้านเรือนพลเรือนในเมืองดึบเบนจนพังพินาศ และกำลังมุ่งหน้าปิดล้อมหัวเมืองยุทธศาสตร์สำคัญอย่าง "นาบาตีเยห์" (Nabatieh) ซึ่งเป็นฐานที่มั่นหลักของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์
ปฏิบัติการรุกคืบอย่างบ้าคลั่งของอิสราเอลส่งผลให้พื้นที่กว่า 2,000 ตารางกิโลเมตรหรือคิดเป็น 20% ของเลบานอนตกอยู่ภายใต้การยึดครองของต่างชาติทันที ซ้ำร้ายยังเกิดวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมขั้นรุนแรงหลังมีคำสั่งขับไล่พลเรือนออกจากพื้นที่ บีบให้ประชาชนชาวเลบานอนมากกว่า 1 ล้านคนต้องกลายสภาพเป็นผู้ลี้ภัยอพยพขึ้นไปทางทิศเหนือ ขณะที่นักวิเคราะห์ประเมินว่ามาตรการที่อิสราเอลพยายามขัดขวางข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านในสัปดาห์นี้ เป็นเพราะความหวาดระแวงเชิงยุทธศาสตร์ว่า ดีลดังกล่าวอาจเปิดโอกาสให้กลุ่มฮิซบอลเลาะห์คงแสนยานุภาพทางทหารไว้ได้ และบีบให้อิสราเอลต้องยอมถอนกำลังออกจากเลบานอนใต้ในระยะยาว