"เปแอสเช" ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยอดทีมแห่งลีกเอิง ฝรั่งเศส สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการผงาดคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก (UEFA Champions League) มาครองได้เป็นสมัยที่สองติดต่อกัน หลังจากเปิดสมรภูมิดวลเดือดกับ "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล แชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ตลอด 120 นาทีเสมอกัน 1-1 ก่อนที่ทัพเปแอสเชจะอาศัยความนิ่งเบียดเอาชนะในการดวลจุดโทษไปด้วยสกอร์ 4-3 ณ สังเวียนปุสกัส อารีน่า กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี
รูปเกมในค่ำคืนวันเสาร์ที่ผ่านมาเป็นอาร์เซน่อลได้ประตูขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 6 จาก ไค ฮาแวร์ตซ์ ส่งผลให้ทัพปืนใหญ่เลือกที่จะดึงเวลารวมถึงถอยลงไปตั้งรับอย่างเหนียวแน่น บีบให้เปแอสเชคุมเกมได้เหนือกว่าแต่หาช่องทางเจาะเข้าทำได้ยาก จนกระทั่งในนาทีที่ 65 คริสเตียน มอสเกร่า แนวรับอาร์เซน่อลไปสกัด ควิชา ควารัตสเคเลีย ล้มลงในเขตโทษ และเป็น อุสมาน เดมเบเล่ ตัวรุกเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ที่รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด ช่วยให้ปารีสฯ ตีเสมอเป็น 1-1 และลากยาวไปจนถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีที่นัดชิงชนะเลิศต้องยื้อเวลาออกไปเกิน 90 นาที
ในการดวลจุดโทษชี้ขาด กาเบรียล มากัลเญส ปราการหลังของอาร์เซน่อล ยิงจุดโทษลูกสุดท้ายเหินข้ามคานออกไปอย่างน่าผิดหวัง ส่งผลให้ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ป้องกันแชมป์ยุโรปได้สำเร็จเป็นทีมที่สองในยุคโมเดิร์นต่อจาก เรอัล มาดริด พร้อมทั้งส่งผลให้ หลุยส์ เอ็นริเก้ จารึกชื่อเป็นเทรนเนอร์ที่คว้าแชมป์ถ้วยใบนี้เป็นสมัยที่ 3 ในอาชีพคุมทีม ก้าวขึ้นไปยืนในทำเนียบกุนซือระดับตำนานร่วมกับ คาร์โล อันเชล็อตติ, ซีเนดีน ซีดาน และ เปป กวาร์ดิโอล่า ได้สำเร็จ ขณะที่อาร์เซน่อลยังคงต้องรอคอยความสำเร็จบนเวทียุโรปต่อไป หลังจากทำสถิติลงเล่นในถ้วยใบนี้ยาวนานถึง 226 นัดโดยยังไม่เคยสัมผัสถ้วยแชมป์เลยแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งเป็นสถิติที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์