เนชั่นทีวี

ข่าว

สหรัฐฯ สั่งฟ้อง "ราอูล คาสโตร" คดีสอยเครื่องบินพลเรือนเมื่อปี 1996

21 พ.ค. 2569

สหรัฐฯ สั่งฟ้อง "ราอูล คาสโตร" คดีสอยเครื่องบินพลเรือนเมื่อปี 1996

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เปิดพิมพ์เขียวคำฟ้องประวัติศาสตร์ ดำเนินคดี "ราอูล คาสโตร" อดีตผู้นำคิวบาและพวก คดีส่งเครื่องบินรบยิงถล่มเครื่องบินพลเรือนตกเมื่อ 30 ปีก่อน

กระทรวงยุติธรรมแห่งสหรัฐอเมริกา (DOJ) ออกแถลงการณ์เมื่อวันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2569 ประกาศเปิดเผยคำฟ้องฉบับเพิ่มเติม (Superseding Indictment) เพื่อดำเนินคดีอาญาอุกฉกรรจ์ต่อ นายราอูล โมเดสโต คาสโตร รุซ (Raul Modesto Castro Ruz) อดีตประธานาธิบดีและผู้นำระดับสูงของระบอบคอมมิวนิสต์คิวบา วัย 94 ปี รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับแกนนำของรัฐบาลคิวบาอีก 5 ราย ในข้อหาร่วมกันวางแผนและอยู่เบื้องหลังโศกนาฏกรรมทางอากาศเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 1996 

คำฟ้องดังกล่าวระบุว่า จำเลยทั้งหมดมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในการสั่งการให้เครื่องบินรบของกองทัพคิวบา ยิงขีปนาวุธแบบอากาศสู่อากาศเข้าใส่เครื่องบินพลเรือนขนาดเล็กเซสสนา (Cessna) จำนวน 2 ลำ ที่ไม่มีการติดอาวุธขององค์กรการกุศล "Brothers to the Rescue" (BTTR) ส่งผลให้เครื่องบินระเบิดกลางอากาศและตกลงสู่ทะเลน่านน้ำสากล คร่าชีวิตอาสาสมัครชาวอเมริกันไป 4 ราย ได้แก่ คาร์ลอส คอสตา, อาร์มันโด อเลฮานเดร จูเนียร์, มาริโอ เดอ ลา เปนญ่า และ ปาโบล โมราเลส

 

สหรัฐฯ สั่งฟ้อง "ราอูล คาสโตร" คดีสอยเครื่องบินพลเรือนเมื่อปี 1996

1. รัฐบาลทรัมป์กร้าว: บดขยี้ผู้นำคิวบารอบ 70 ปี ลั่นอำนาจ-ยศถาบรรดาศักดิ์ช่วยไม่ได้

ท็อดด์ บลานช์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ แถลงต่อสื่อมวลชนด้วยท่าทีดุดันว่า "นี่เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 70 ปี ที่ผู้นำระดับสูงของระบอบการปกครองคิวบาถูกตั้งข้อหาอาญาในสหรัฐอเมริกา จากการกระทำรุนแรงที่ส่งผลให้พลเมืองอเมริกันต้องเสียชีวิต ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และกระทรวงยุติธรรมชุดนี้ มุ่งมั่นที่จะรื้อฟื้นหลักการพื้นฐานที่เรียบง่ายขึ้นมาใหม่ นั่นคือ หากคุณฆ่าคนอเมริกัน เราจะตามล่าคุณ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร และไม่ว่าคุณจะถือยศถาบรรดาศักดิ์ใดอยู่ก็ตาม"

ด้าน นายแคช พาเทล ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนกลางแห่งสหรัฐฯ (FBI) กล่าวเสริมว่า ครอบครัวของผู้เสียชีวิตต้องอดทนรอคอยความยุติธรรมมานานกว่า 30 ปีเต็ม และ FBI จะไม่มีวันลืมเลือนคดีนี้ โดยจะร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของศาลโลกและศาลสหรัฐฯ ให้ได้

2. เปิดแผนลับระบอบคาสโตร: ส่งสายลับแทรกซึมองค์กรกู้ภัย ก่อนสั่ง 'มิก' สอยร่วงน่านน้ำสากล

กลไกการสืบสวนของ FBI ไมอามี พบหลักฐานเชิงลึกที่ชี้ให้เห็นว่า ปฏิบัติการโจมตีเมื่อปี 1996 มีการวางแผนล่วงหน้าอย่างเป็นระบบโดยสายตรงของรัฐบาลคิวบา

  • ส่งหนอนบ่อนไส้สืบข้อมูล: องค์กร BTTR มีฐานปฏิบัติการอยู่ในรัฐฟลอริดา ทำหน้าที่บินสำรวจทางอากาศบริเวณช่องแคบฟลอริดาเพื่อค้นหาและช่วยเหลือนักอพยพชาวคิวบาที่ลอยเรือหนีภัยคุกคามกลางทะเล แต่ตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1990 หน่วยข่าวกรองของคิวบาได้ส่งสายลับคัดเลือกแทรกซึมเข้าสู่องค์กรนี้ และส่งข้อมูลตารางบินอย่างละเอียดกลับไปยังกรุงฮาวานา
  • ซุ่มซ้อมรบเพื่อสังหาร: ในสัปดาห์ก่อนเกิดเหตุ กองทัพคิวบาได้สั่งการให้กลุ่มนักบินขับไล่ทำการฝึกซ้อมรบในแท็กติกพิเศษเพื่อค้นหาและสกัดกั้นเครื่องบินพลเรือนที่บินด้วยความเร็วต่ำโดยเฉพาะ

  • ถล่มไร้คำเตือน: จนกระทั่งวันเกิดเหตุ เครื่องบินเซสสนา 3 ลำขององค์กรกู้ภัยบินออกจากสนามบินโอปา-ลอกกา กองทัพคิวบาภายใต้สายการบังคับบัญชาที่มี ราอูล คาสโตร นั่งคุมบังเหียน ได้สั่งการให้เครื่องบินรบติดตั้งขีปนาวุธพุ่งเป้าโจมตีเครื่องบินรหัส N2456S และ N5485S ทันทีในน่านน้ำสากลโดยไม่มีการวิทยุแจ้งเตือนล่วงหน้า

 

3. ล็อกตัวได้แล้ว 1 รายคาพรมแดน-จำเลยอ่วมโทษสูงสุด "ประหารชีวิต"

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุข้อหาหลักในการฟ้องร้องครั้งนี้ ประกอบด้วย ข้อหาร่วมกันวางแผนฆาตกรรมพลเมืองอเมริกัน, ข้อหาทำลายล้างอากาศยาน 2 กระทง และข้อหาฆาตกรรมโดยเจตนา 4 กระทง ซึ่งหากศาลตัดสินว่ามีความผิดจริง จำเลยทั้งหมดจะเผชิญหน้ากับโทษสูงสุดคือ "ประหารชีวิต" หรือจำคุกตลอดชีวิต

ทั้งนี้ รายงานข่าวแจ้งว่า หนึ่งในจำเลยร่วมคือ นายลุยส์ ราอูล กอนซาเลซ-ปาร์โด โรดริเกซ (Luis Raul Gonzalez-Pardo Rodriguez) วัย 65 ปี อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของคิวบา ปัจจุบันถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำของสหรัฐฯ เรียบร้อยแล้ว หลังจากโดนเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ในข้อหาปลอมแปลงข้อมูลและให้การเท็จในเอกสารตรวจคนเข้าเมือง (Immigration Document) ซึ่งมีกำหนดการขึ้นศาลเพื่อฟังคำพิพากษาโทษในช่วงปลายเดือนนี้ในรัฐฟลอริดา