ยอดดับพุ่ง-บุคลากรแพทย์สังเวยคาโรงพยาบาล
สถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นถูกตอกย้ำด้วยรายงานขององค์การอนามัยโลก ซึ่งระบุว่าปัจจุบันในจังหวัดอิตูรี (Ituri) ของดีอาร์คองโก มีผู้ป่วยสงสัยแล้วถึง 246 ราย และมีผู้เสียชีวิตที่คาดว่าเกิดจากเชื้อนี้แล้วอย่างน้อย 80 ราย โดยในจำนวนผู้เสียชีวิตรวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าอย่างน้อย 4 ราย
ดร.แมตต์ เมสัน อาจารย์อาวุโสประจำคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยซันไชน์โคสต์ (University of the Sunshine Coast) กล่าวว่า การเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในโรงพยาบาลสะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างและรอยรั่วขนาดใหญ่ในระบบการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ ซึ่งโรงพยาบาลกำลังจะกลายเป็นแหล่งบ่มเพาะและขยายขนาดการแพร่ระบาด (Amplification) จากภายในสถานพยาบาลออกไปสู่ชุมชนในวงกว้าง
นานาชาติระดมกำลังสกัดสายพันธุ์มรณะ "ไร้วัคซีน"
ความน่ากลัวของไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ "บุนดิบูเกียว" ตามข้อมูลจากองค์กรแพทย์ไร้พรมแดน (MSF) คือเป็นสายพันธุ์หายากที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 25-40 และที่ร้ายแรงที่สุดคือ "ยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาเฉพาะทาง" ที่ได้รับการรับรองในปัจจุบัน ทำให้กลไกเดียวในการยับยั้งคือการจำกัดวงควบคุมโรคและการกักตัวอย่างเด็ดขาด
ขณะนี้ นานาชาติต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อส่งความช่วยเหลือ โดยอุปกรณ์ทางการแพทย์ฉุกเฉิน มุ้ง และเตียงสนาม น้ำหนักรวมกว่า 7 ตันจาก WHO ได้ถูกส่งถึงเมืองบูเนีย (Bunia) ศูนย์กลางจังหวัดอิตูรีแล้ว ทว่าการทำงานยังคงเต็มไปด้วยอุปสรรคเนื่องจากพื้นที่ระบาดทางตะวันออกของดีอาร์คองโกกำลังประสบปัญหาสงครามกลางเมืองและวิกฤตผู้ลี้ภัยพลัดถิ่นหลายล้านคน ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งให้เชื้อกระจายตัวได้ง่ายขึ้น