แผ่นดินไหวขนาด 5.2 ถล่มกวางซีทางใต้ของจีน สูญหาย 3 ราย เจ็บระนาว
18 พ.ค. 2569

เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 5.2 ลึกเพียง 8 กิโลเมตร เขย่าเมืองหลิ่วโจว เขตปกครองตนเองกวางซีจ้วง ทางตอนใต้ของจีน เบื้องต้นสูญหาย 3 ราย บาดเจ็บเข้าโรงพยาบาล 4 ราย
ข่าว
18 พ.ค. 2569

เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 5.2 ลึกเพียง 8 กิโลเมตร เขย่าเมืองหลิ่วโจว เขตปกครองตนเองกวางซีจ้วง ทางตอนใต้ของจีน เบื้องต้นสูญหาย 3 ราย บาดเจ็บเข้าโรงพยาบาล 4 ราย
สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองหนานหนิง ประเทศจีน เมื่อวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 ว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 5.2 บริเวณเมืองหลิ่วโจว (Liuzhou) ซึ่งตั้งอยู่ในเขตปกครองตนเองกวางซีจ้วง ทางตอนใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ส่งผลให้โครงสร้างอาคารบ้านเรือนได้รับความเสียหาย และมีรายงานเบื้องต้นพบผู้สูญหายอย่างน้อย 3 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลอีก 4 ราย
ศูนย์เครือข่ายแผ่นดินไหวแห่งประเทศจีน (CENC) ระบุว่า แรงสั่นสะเทือนดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 00.21 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่เขตหลิ่วหนาน (Liunan District) และที่น่ากังวลคือตัวระเบิดของพลังงานมีความลึกจากพื้นดินเพียง 8 กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งจัดเป็นแผ่นดินไหวระดับตื้นที่สามารถสร้างความเสียหายต่อสิ่งปลูกสร้างบนพื้นผิวโลกได้อย่างรุนแรง
หลังเกิดเหตุไม่นาน หน่วยงานบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ดับเพลิง และกองกำลังตำรวจได้สนธิกำลังลงพื้นที่เพื่อเปิดปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยอย่างเร่งด่วน โดยกลไกการบริหารจัดการส่วนท้องถิ่นและส่วนกลางได้ขยับมาตรการรับมือทันที
ระดับประเทศ: สำนักงานคณะกรรมการบรรเทาทุกข์แผ่นดินไหวแห่งสภาแห่งรัฐ และกระทรวงการจัดการภาวะฉุกเฉินของจีน ได้ร่วมกันประกาศยกระดับการตอบโต้ฉุกเฉินสู่ "ระดับ 4" (Level-IV) พร้อมส่งทีมงานผู้เชี่ยวชาญส่วนกลางลงพื้นที่ประสบภัยเพื่อสนับสนุนและอำนวยการช่วยเหลือร่วมกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในทันที
นอกจากนี้ สำนักงานแผ่นดินไหวแห่งประเทศจีน (CEA) ก็ได้ประกาศยกระดับมาตรการฉุกเฉินระดับ 3 เพื่อร่วมประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์เช่นเดียวกัน
ทางการจีนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เร่งตรวจสอบจำนวนผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต และประเมินมูลค่าความเสียหายทางโครงสร้างให้เสร็จสิ้นอย่างรวดเร็วที่สุด พร้อมทั้งจัดกำลังเข้าอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยไปยังสถานพักพิงชั่วคราวอย่างเร่งด่วน
ปัจจุบัน มีการส่งรถยนต์ดับเพลิงและยานพาหนะกู้ภัยฉุกเฉินเข้าไปยังพื้นที่ประสบภัยแล้วจำนวน 51 คัน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้ภัยอีกกว่า 315 นาย เพื่อกระจายกำลังค้นหาร่างของผู้สูญหายทั้ง 3 รายใต้ซากปรักหักพังอย่างมีความหวัง ควบคู่ไปกับการตั้งศูนย์เฝ้าระวังแรงสั่นสะเทือนย้อนหลังหรืออาฟเตอร์ช็อก (Aftershocks) ที่อาจเกิดขึ้นตามมาและซ้ำเติมโครงสร้างอาคารที่อ่อนแอลง
ข่าวล่าสุด