ทรัมป์กับพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม และเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ต่างนำเสนอว่า สงครามครั้งนี้เป็นชัยชนะทางทหารอย่างท่วมท้นของสหรัฐฯ แม้ว่าอิหร่านจะปฏิเสธข้อเสนอให้ยุติการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ ส่งมอบคลังยูเรเนียม เปิดช่องแคบฮอร์มุซ และอื่นๆ ก็ตาม ทรัมป์บอกด้วยว่า กองทัพเรือทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม สิ่งที่พวกเขาทำ เหมือนกำแพงเหล็ก ไม่มีใครผ่านเข้าไปได้
เขาบอกด้วยว่า เศรษฐกิจของอิหร่าน "กำลังล่มสลาย" ค่าเงินของพวกเขานั้น "ไร้ค่า" และ "ไม่สามารถจ่ายเงินเดือนทหารได้" ขณะที่สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลัง ได้ชื่นชมมาตรการคว่ำบาตรของทรัมป์ที่เรียกว่า "ความโกรธแค้นทางเศรษฐกิจ" โดยระบุว่าเมื่อปลายเดือนเมษายน ท่าเรือน้ำมันหลักของอิหร่านจะเต็มความจุในไม่ช้า ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายถาวรต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของอิหร่าน"
แม้รัฐบาลทรัมป์จะเชื่อมั่นในสิ่งที่ได้รับรายงาน แต่อิหร่านก็พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง โดยแม้จะสูญเสียผู้นำสูงสุดและเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายคน จากการโจมตีด้วยขีปนาวุธ รวมถึงยุทโธปกรณ์ทางทหารจำนวนมาก แต่เจ้าหน้าที่ข่าวกรองยังเชื่อว่าศักยภาพของอิหร่าน ในการอดทนต่อความยากลำบากทางเศรษฐกิจที่ยืดเยื้อ มากกว่าที่ CIA ประเมินไว้เสียอีก พวกผู้นำมีความคิดรุนแรงมากขึ้น เด็ดเดี่ยวมากขึ้นและมั่นใจมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า พวกเขาสามารถเอาชนะเจตจำนงทางการเมืองของสหรัฐฯ และคงไว้ซึ่งการปราบปรามภายในประเทศเพื่อยับยั้งการต่อต้านใดๆ ได้
การประเมินของ CIA ระบุว่า อิหร่านสามารถอยู่รอดจากการปิดล้อมของสหรัฐฯ ได้ 90 ถึง 120 วัน และอาจนานกว่านั้น มีรายงานว่า อิหร่านกำลังเก็บน้ำมันบางส่วนไว้บนเรือบรรทุกน้ำมัน ที่ปกติจะว่างเปล่าเนื่องจากการปิดล้อม ทั้งยังลดปริมาณการผลิตในแหล่งน้ำมัน เพื่อรับประกันว่าบ่อน้ำมันยังคงใช้งานได้ และ "สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของอิหร่านไม่ได้เลวร้ายอย่างที่บางคนกล่าวอ้าง"
CIA อาจประเมินความสามารถในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของอิหร่านต่ำเกินไป หากอิหร่านสามารถลักลอบขนส่งน้ำมันผ่านเส้นทางบกได้ แม้ขบวนรถบรรทุกและรถไฟไม่สามารถทดแทนปริมาณเรือและเส้นทางเดินเรือที่เปิดกว้างได้ แต่ก็อาจเป็นเบาะแสทางเศรษฐกิจได้ และเชื่อว่า พวกเขาสามารถเริ่มขนส่งน้ำมันบางส่วนทางรถไฟผ่านเอเชียกลางได้
ในส่วนของอาวุธ เชื่อว่า คลังขีปนาวุธและเครื่องยิงเคลื่อนที่ของอิหร่าน ยังคงมีจำนวนมาก โดยมีขีปนาวุธประมาณ 2,500 ลูก ก่อนเริ่มสงคราม รวมถึงโดรนไร้คนขับหลายพันลำ อิหร่านใช้อาวุธเหล่านั้นในการโจมตีตอบโต้พันธมิตรของสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงฐานทัพของสหรัฐฯ ทั่วภูมิภาค สร้างความเสียหายหรือทำลายสิ่งปลูกสร้างหรืออุปกรณ์อย่างน้อย 228 แห่ง ในฐานทัพของสหรัฐฯ ทั่วตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นระดับความเสียหายที่มากกว่าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยอมรับต่อสาธารณะมาก