เนชั่นทีวี

ข่าว

ชนวนเหตุ "บ่อน้ำ" เดียว! สังเวย 42 ศพใน "ชาด" หลังข้อพิพาทบานปลายเป็นสงครามล้างแค้นระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์

27 เม.ย. 2569

ชนวนเหตุ "บ่อน้ำ" เดียว! สังเวย 42 ศพใน "ชาด" หลังข้อพิพาทบานปลายเป็นสงครามล้างแค้นระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์

สลด! เหตุทะเลาะวิวาทแย่งชิง "บ่อน้ำ" ในประเทศชาด บานปลายเป็นสงครามระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ คร่าชีวิตแล้วอย่างน้อย 42 ศพ เผาหมู่บ้านวอดหลายแห่ง

เกิดเหตุสลดในจังหวัดวาดิฟิรา ทางตะวันออกของประเทศชาด เมื่อข้อพิพาทเรื่องการแย่งชิงสิทธิ์ใน "บ่อน้ำ" ระหว่างคนสองครอบครัว ได้ลุกลามกลายเป็นความขัดแย้งรุนแรงระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 42 ราย และบาดเจ็บอีก 10 ราย โดยมีการบุกเผาทำลายหมู่บ้านหลายแห่งจนเสียหายเป็นวงกว้าง

 

จากข้อพิพาทส่วนตัวสู่การล้างแค้นระดับเผ่าพันธุ์

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรายงานว่า ความขัดแย้งเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ คือสิทธิ์ในการเข้าถึงทรัพยากรน้ำ แต่ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นวงจรการโจมตีเพื่อล้างแค้นระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ที่เป็นคู่อริกัน รัฐบาลทหารของชาดต้องส่งคณะผู้แทนนำโดย นายลิมาน มาฮามัต รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่เพื่อระงับเหตุและควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ในความสงบเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

วิกฤตทรัพยากรและภาระจากผู้ลี้ภัย

ความขัดแย้งระหว่างชุมชนเกษตรกรและกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ในชาดเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน โดยมีสาเหตุหลักจากการแย่งชิงแหล่งน้ำและทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ นอกจากนี้ สถานการณ์ยังตึงเครียดมากขึ้นจากการทะลักเข้ามาของผู้ลี้ภัยที่หนีสงครามกลางเมืองจากประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ซูดาน ซึ่งทำให้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดไม่เพียงพอต่อความต้องการและกลายเป็นชนวนเหตุของความรุนแรงได้ง่ายขึ้น

 

สถิติความสูญเสีย: ตัวเลขที่พุ่งสูงต่อเนื่อง

ข้อมูลจากองค์กรระหว่างประเทศสะท้อนให้เห็นว่าความรุนแรงในลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งและทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

  • International Crisis Group: รายงานว่าระหว่างปี 2021-2024 เกิดการปะทะกันประมาณ 100 ครั้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวมกว่า 1,000 ราย และบาดเจ็บอีก 2,000 ราย

  • เหตุการณ์ก่อนหน้า: ในเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิต 33 ราย จากเหตุแย่งชิงบ่อน้ำในเมืองดิเบบ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ

  • Amnesty International: ระบุว่าระหว่างปี 2022-2024 มีเหตุรุนแรงระหว่างเกษตรกรและผู้เลี้ยงสัตว์อย่างน้อย 7 ครั้งใหญ่ คร่าชีวิตผู้คนไป 98 ราย

องค์กรสิทธิมนุษยชนวิจารณ์ว่า ทางการชาดมักส่งกำลังเข้ามาระงับเหตุล่าช้า และล้มเหลวในการนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ ส่งผลให้เกิด "วัฒนธรรมการไม่ต้องรับผิด" (Culture of Impunity) ซึ่งกระตุ้นให้คนในพื้นที่เลือกใช้วิธีการล้างแค้นด้วยตัวเองแทนการพึ่งพากระบวนการยุติธรรม ท่ามกลางวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติยิ่งลดน้อยลง