อาเซียนประสานเสียง! ร่อนแถลงการณ์ด่วนจี้ "สหรัฐฯ-อิหร่าน" ยุติศึกถาวร
14 เม.ย. 2569

อาเซียนประสานเสียง! ร่อนแถลงการณ์ด่วนจี้ "สหรัฐฯ-อิหร่าน" ยุติศึกถาวร หวั่นปิดช่องแคบฮอร์มุซ "ทุบเศรษฐกิจโลกพัง"
ข่าว
14 เม.ย. 2569

อาเซียนประสานเสียง! ร่อนแถลงการณ์ด่วนจี้ "สหรัฐฯ-อิหร่าน" ยุติศึกถาวร หวั่นปิดช่องแคบฮอร์มุซ "ทุบเศรษฐกิจโลกพัง"
14 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า "รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน" ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ สหรัฐอเมริกาและอิหร่าน เจรจาสันติภาพกันต่อไป
เพื่อยุติความขัดแย้งเป็นการถาวร หลังจากการเจรจาโดยตรงระหว่างสองฝ่ายที่ประเทศปากีสถานเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาประสบความล้มเหลว โดยระบุว่า
1.เรา รัฐสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ยินดีต่อการประกาศหยุดยิงเป็นเวลาสองสัปดาห์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ประกาศเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569
2.เรายืนยันความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยและความมั่นคงทางทะเล และการธำรงไว้ ซึ่งเสรีภาพในการเดินเรือและการบินผ่านในช่องแคบที่ใช้สำหรับการเดินเรือระหว่างประเทศ ตามกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 และมาตรฐานและแนวปฏิบัติที่แนะนำขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ และองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ ในการนี้ เราเรียกร้องให้มีการฟื้นฟูสิทธิการผ่านทางของเรือและอากาศยาน ในช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย ปราศจากการกีดกัน และต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 ตลอดจนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายดำเนินการให้ผู้เดินเรือและเรือมีความปลอดภัยตามอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยความปลอดภัยแห่งชีวิตในทะเล
3.เราเรียกร้องให้สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านยังคงดำเนินการเจรจาที่นำไปสู่การยุติความขัดแย้งอย่างถาวรเพื่อสันติภาพและเสถียรภาพอันยั่งยืนในภูมิภาค เราชื่นชมความพยายามของสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้
4.เราเรียกร้องให้มีการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเต็มรูปแบบและมีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันมิให้เกิดความทุกข์และการสูญเสียชีวิตเพิ่มเติม รับรองความมั่นคงทางทะเลและเสรีภาพในการเดินเรือและการบินผ่าน โดยเฉพาะสำหรับเรือและอากาศยานที่ไม่ได้ใช้ในการรบและที่ใช้ในการพาณิชย์ ตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 เพื่อลดการหยุดชะงักของการขนส่งพลังงานและสินค้าจำเป็น และบรรเทาผลกระทบเชิงลบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโลก
5.เราขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรักษาสภาวการณ์ที่เอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง อย่างเต็มรูปแบบและมีประสิทธิภาพ โดยยึดมั่นต่อข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด ใช้ความยับยั้งชั่งใจอย่างสูงสุด ยุติความเป็นปฏิปักษ์ทั้งปวง ปฏิบัติตนด้วยความรับผิดชอบ หลีกเลี่ยงการกระทำใด ๆ ที่อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง และร่วมมือกันเพื่อมุ่งสู่การแก้ไขปัญหาอย่างครอบคลุมและยั่งยืน ตามกฎหมายระหว่างประเทศ กฎบัตรสหประชาชาติ และมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่เกี่ยวข้อง
6.เราเน้นย้ำความสำคัญของการรักษาสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค การยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศ และการส่งเสริมการเจรจาและการทูตอย่างจริงจังในฐานะมาตรการหลักในการแก้ไขความขัดแย้งและความตึงเครียด รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องยุติการสู้รบอย่างสมบูรณ์และทันทีในทุกแนวรบในตะวันออกกลาง
7.เรายืนยันพันธกรณีของรัฐทั้งปวงที่จะแก้ไขข้อพิพาทด้วยสันติวิธี เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของทุกชาติ คุ้มครองพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนในความขัดแย้งทางอาวุธ และดำเนินการให้เกิดความปลอดภัยต่อเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพของสหประชาชาติและบุคลากรด้านมนุษยธรรม ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ กฎบัตรสหประชาชาติ และมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่เกี่ยวข้อง
แถลงการณ์ของกลุ่มรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนยังเกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ขู่จะปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญเส้นทางหนึ่งของโลกโดยส่วนใหญ่ขนส่งมายังประเทศในเอเชีย หลังการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐกับอิหร่านล้มเหลวซึ่งมีความเสี่ยงที่จะทำให้สงครามอิหร่านที่ขณะนี้เข้าสู่สัปดาห์ที่ 7 ขยายวงกว้างขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และเพิ่มความเป็นไปได้ที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกมากยิ่งขึ้น
#สงครามสหรัฐอิหร่าน #อาเซียน #น้ำมันแพง #ช่องแคบฮอร์มุซ #ASEAN #USIranConflict #WorldWar3 #เศรษฐกิจโลก #ข่าวต่างประเทศ
ข่าวล่าสุด