รัฐสภาเวียดนามมีมติเป็นเอกฉันท์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เลือกนาย "โต เลิม" (To Lam) เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ ให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีควบอีกหนึ่งตำแหน่งเป็นเวลา 5 ปี ส่งผลให้เขากลายเป็นผู้นำที่มีอิทธิพลสูงที่สุดของเวียดนามในรอบหลายทศวรรษ
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างอำนาจครั้งสำคัญ จากเดิมที่เวียดนามยึดถือระบบ "ผู้นำร่วม" (Collective Leadership) มาเป็นการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่บุคคลเดียว ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าอาจนำไปสู่ระบอบอำนาจนิยมที่เข้มข้นขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้การตัดสินใจเชิงนโยบายรวดเร็วและมีประสิทธิภาพคล้ายกับรูปแบบของประเทศจีน
นายโต เลิม วัย 68 ปี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ ได้ให้สัตยาบันต่อหน้าสมาชิกสภาผ่านการถ่ายทอดสด โดยให้คำมั่นว่าจะขับเคลื่อนประเทศด้วย "โมเดลการเติบโตใหม่" ที่เน้นวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลเป็นหลัก พร้อมยึดถือความพึ่งพาตนเองด้านการป้องกันประเทศเป็นลำดับความสำคัญสูงสุด
ก่อนหน้านี้เขาเคยควบทั้งสองตำแหน่งเป็นการชั่วคราวในช่วงปี 2024 หลังการถึงแก่อสัญกรรมของนายเหงียน ฟู้ จ่อง อดีตเลขาธิการพรรคผู้ทรงอิทธิพล