หลังจากการปฏิวัติในปี 1979 เขาได้เข้าร่วมกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRCE) ก่อนย้ายไปเข้าร่วมรัฐบาล ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีวัฒนธรรมและต่อมาเป็นหัวหน้าสถานีโทรทัศน์ของรัฐ IRIB
ปี 2005 ลาริจานีได้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด และหัวหน้าทีมเจรจาด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน ก่อนจะลงจากตำแหน่งในปี 2007
ต่อมาเข้าสู่รัฐสภาในปี 2008 และดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภาติดต่อกันสามสมัย โดยมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 ได้รับการอนุมัติ
หลังจากนั้นลาริจานี กลับมารับตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงอีกครั้งในเดือนสิงหาคม 2025 และกลับมาเป็นบุคคลสำคัญในคณะผู้นำของอิหร่านอีกครั้งหนึ่ง
สำนักข่าวอัลจาซีราระบุว่า ลาริจานีปรากฏตัวต่อสาธารณชนครั้งสุดท้ายเมื่อวันศุกร์ (13 มี.ค.) ในงานชุมนุมประจำปีเนื่องในวันอัล-กุดส์ ในกรุงเตหะราน
หากอิหร่านออกมายืนยันการสังหารลาริจานี นี่อาจเป็นการลอบสังหารครั้งสำคัญที่สุดในอิหร่าน นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลเริ่มสงครามด้วยการโจมตีปลิดชีพอยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับ
ปลิดชีพหัวหน้ากองกำลังบาซิจได้ด้วย
อิสราเอลอ้างด้วยว่า สามารถโจมตีสังหาร โกลามเรซา โซเลมานี หัวหน้ากองกำลังบาซิจของอิหร่าน แต่อิหร่านยังไม่แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้
โซเลมานี เข้าร่วม IRGC ของอิหร่านตอนวัยรุ่น และค่อยๆ ไต่เต้าเรื่อยๆในองค์กรดังกล่าว และได้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองพันในช่วงสงครามอิหร่าน-อิรัก และต่อมาได้บัญชาการกองพลต่างๆ ของ IRGC
ตั้งแต่ปี 2019 เขาได้เป็นผู้บัญชาการกองกำลังบาซิจ ซึ่งเป็นกลุ่มอาสาสมัครกึ่งทหารภายใต้ IRGC มีกำลังพลประมาณ 450,000 นาย ทำให้เขาถือเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญในระบบความมั่นคงภายในของอิหร่าน ในฐานะผู้ปกป้องรัฐบาลอิหร่านอย่างแข็งขัน
โซเลมานี ยังเผชิญกับการคว่ำบาตรจากหลายประเทศและองค์กรตะวันตก รวมถึงสหรัฐสหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร และแคนาดา
ทั้งนี้ กองกำลังบาซิจก่อตั้งโดยรูฮอลเลาะห์ โคไมนี ในปี 1979 รับสมัครพลเรือนที่มีแรงผลักดันมาจากความจงรักภักดีต่อประเทศชาติ แต่นักวิเคราะห์บางคนบอกว่าชายหนุ่มต่างสมัครเข้าร่วมกองกำลังนี้เพื่อหวังผลประโยชน์และโอกาสทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นด้วย
ตามข้อมูลของสถาบันเพื่อการศึกษาสงคราม ระบุว่า กองกำลังบาซิจมีอุดมการณ์ที่ฝังรากลึก ประกอบไปด้วยชายหนุ่มชนชั้นแรงงาน และมีสมาชิกกว่า 400,000 คน ซึ่งในนั้นรวมถึงสมาชิกที่บริหารจัดการด้านการสื่อสาร และโครงการทางสังคมและวัฒนธรรมของกลุ่มด้วย
บุคลากรของบาซิจ มักถูกส่งไปประจำการที่แนวหน้าของกลุ่มประท้วง และมีบทบาทสำคัญในการปราบปรามการลุกฮือต่อต้านรัฐบาลในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รวมถึงการปฏิวัติเขียว (Green Revolution)ในปี 2009 และการประท้วงเกี่ยวกับสตรี ชีวิต และเสรีภาพในปี 2022-2023
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ