svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

"ยุทธศาสตร์ " เลือกเปิด "ช่องแคบฮอร์มุซ" กรงเล็บทางการทูต

16 มี.ค. 2569

"ยุทธศาสตร์ " เลือกเปิด "ช่องแคบฮอร์มุซ" กรงเล็บทางการทูต แก้เกมของ "ทรัมป์" เดิมพันที่เหนื่อยล้า "ประเทศไทย" ทางแพร่งที่ต้องเลือก

16 มีนาคม 2569 กฤษฎา บุญเรือง นักวิชาการอิสระ จากสหรัฐอเมริกา วิเคราะห์ปมสหรัฐกับอิหร่าน ว่า

 

 

"ยุทธศาสตร์ " เลือกเปิด "ช่องแคบฮอร์มุซ" กรงเล็บทางการทูต

กฤษฎา บุญเรือง

 

 

1. ปฐมบท: ฮอร์มุซในฐานะ "กรงเล็บทางการทูต"

 

โลกในวันที่ 15 มีนาคม 2026 กำลังจ้องมองไปยังพิกัดทางภูมิศาสตร์ที่เปราะบางที่สุดจุดหนึ่งของโลก นั่นคือ ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) แต่วันนี้ภาพที่ปรากฏไม่ใช่เพียงการเผชิญหน้าทางทหารแบบดั้งเดิม ทว่ามันคือการใช้ยุทธศาสตร์ "การเปิดแบบเลือกปฏิบัติ" (Selective Opening) ของเตหะรานที่กำลังกลายเป็นฝันร้ายของวอชิงตัน

 

อิหร่านได้ยกระดับช่องแคบแห่งนี้จากการเป็นเพียงเส้นทางคมนาคม ให้กลายเป็น "อาวุธทางการทูต" ที่ทรงพลังที่สุดในศตวรรษที่ 21

โดยมีเงื่อนไขที่เรียบง่ายแต่โหดเหี้ยม:

“เราเปิดทางให้มิตร แต่ปิดตายสำหรับศัตรูที่ปฏิเสธการเจรจา”

ยุทธวิธีนี้กำลังทำให้ภาพลักษณ์ความเป็นมหาอำนาจของสหรัฐฯ สั่นคลอนอย่างรุนแรง

ท่ามกลางคลังแสงอาวุธสกัดกั้นที่เริ่มร่อยหรอจากการถูกล่อเป้าด้วยโดรนราคาถูกรุ่นเก่าของอิหร่านตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
 

 

 

 

 

2. ข้อมูลเชิงลึก: ใครได้ไปต่อในเส้นทางสายเลือดนี้?

 

สถานการณ์ล่าสุดยืนยันว่า อิหร่านประสบความสำเร็จในการใช้พลังงานเป็นตัวประกันเพื่อสร้าง "แต้มต่อ" ทางการเมือง รายงานระบุชัดเจนว่าเตหะรานเริ่มให้ข้อยกเว้นแก่ประเทศที่ยอม "ก้มหัว" เข้าสู่โต๊ะเจรจาระดับทวิภาคี:

 

    •    อินเดีย: ชัยชนะทางการทูตของรัฐมนตรี S. Jaishankar เห็นผลเป็นรูปธรรม เมื่อเรือบรรทุกแก๊ส LPG ชื่อ Shivalik และ Nanda Devi ได้รับการคุ้มกันให้ผ่านช่องแคบได้เมื่อวันที่ 14 มีนาคม เพื่อกู้วิกฤตพลังงานในประเทศ แลกกับการที่นิวเดลีรักษาท่าที "เป็นกลางอย่างแข็งขัน" ต่อความขัดแย้งนี้

    •    จีน: กำลังใช้จังหวะนี้กดดันให้อิหร่านเปิดทางสะดวก โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ "Petroyuan" หรือการชื้อขายน้ำมันด้วยเงินหยวนเท่านั้น นี่คือการแทงข้างหลังระบบเงินตราดอลลาร์สหรัฐอย่างเจ็บแสบที่สุด

    •    ยุโรปที่เริ่มแตกแถว: ตุรกี อิตาลี และฝรั่งเศส เริ่มมีการติดต่อผ่าน "ช่องทางลับ" (Backchannel) เพื่อเจรจาขอผ่านทาง สะท้อนให้เห็นว่าเอกภาพของพันธมิตรตะวันตกกำลังพังทลายลงเมื่อเผชิญกับค่าครองชีพและวิกฤตพลังงานที่จ่อคอหอย

 

 

 

3. ยุทธศาสตร์ "ล่อเป้า" และวิกฤตคลังอาวุธของตะวันตก

 

สิ่งที่น่ากังวลที่สุดสำหรับฝ่ายความมั่นคงไม่ใช่เพียงเรื่องน้ำมัน แต่คือ "ยุทธศาสตร์การบริหารเศรษฐกิจสงคราม" ของอิหร่าน 

อิหร่านไม่ได้ใช้ขีปนาวุธล้ำสมัยในการโจมตีเป็นหลัก แต่ใช้ "การล่อเป้า" (Decoy Tactics) โดยส่งโดรนและขีปนาวุธรุ่นเก่าราคาหลักพันดอลลาร์เข้าปูพรม

ผลที่ตามมาคือ สหรัฐฯ และอิสราเอลต้องใช้ขีปนาวุธสกัดกั้นราคาแพงระยับอย่าง Patriot หรือ Arrow (ลูกละหลายล้านดอลลาร์) จนทำให้คลังอาวุธสกัดกั้นของโลกตะวันตกเข้าสู่ภาวะ "ร่อยหรอขั้นวิกฤต" การที่ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องสั่งถอนระบบป้องกันภัยทางอากาศจากคาบสมุทรเกาหลีมาเติมที่ตะวันออกกลาง คือหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าสหรัฐฯ กำลัง "ขุดรีดทรัพยากรส่วนท้าย" มาใช้ ซึ่งเป็นการเปิดช่องว่างให้ภูมิภาคอื่นตกอยู่ในอันตราย

 

 

 

4. เกมแก้เกมของทรัมป์: การเดิมพันที่เหนื่อยล้า

 

ประธานาธิบดีทรัมป์พยายามกอบกู้สถานการณ์ด้วยมาตรการที่เน้นตัวเลขและการข่มขวัญ:

    1    Naval Coalition: พยายามตั้งกองกำลังนานาชาติคุ้มกันเรือ แต่กลับได้รับการตอบรับที่เย็นชา แม้แต่จากญี่ปุ่นที่มักตามสหรัฐฯ เสมอ เพราะทุกคนเกรงว่าการร่วมขบวนจะหมายถึงการตกเป็นเป้าโจมตีของอิหร่าน

    2    Financial Incentive: เสนอวงเงินประกันภัยต่อ (Reinsurance) 2 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อจูงใจเรือพาณิชย์ แต่ในโลกความเป็นจริง "เงิน" ซื้อความปลอดภัยจากขีปนาวุธไม่ได้เสมอไป

 

 

5. บทวิเคราะห์สำหรับประเทศไทย: ทางแพร่งที่ต้องเลือก

 

ผมมองว่าไทยกำลังเผชิญกับโจทย์ที่ยากที่สุดในรอบทศวรรษ เมื่ออิหร่านใช้ยุทธศาสตร์เลือกปฏิบัติ ไทยควรทำอย่างไร?

 

 

ยุทธศาสตร์ "ไผ่ลู่ลมดิจิทัล" (Digital Bamboo Diplomacy)

 

ไทยจำเป็นต้องพิจารณาเจรจาขอ "ข้อยกเว้น" กับอิหร่านอย่างระมัดระวัง เพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังงาน (น้ำมัน/ก๊าซ) และต้นทุนการผลิตภาคเกษตร (ปุ๋ย) โดยมีแนวทางดังนี้:

    •    สิ่งที่ต้องทำ: ไทยควรส่งสัญญาณผ่านช่องทางการทูตว่าเราต้องการรักษาผลประโยชน์ของประชาชนในฐานะ "ผู้นำเข้าสุทธิ" และเสนอการแลกเปลี่ยนในมิติของ "ความมั่นคงทางอาหาร" (Food Security) เช่น ข้าว หรือสินค้าเกษตรแปรรูป ซึ่งเป็นสิ่งที่อิหร่านต้องการท่ามกลางการคว่ำบาตร

    •    ความเสี่ยงต่อสหรัฐฯ และอิสราเอล: แน่นอนว่าการเจรจากับอิหร่านจะสร้างความไม่พอใจให้วอชิงตันและเทลอาวีฟ ไทยต้องใช้ศิลปะทางการทูตชี้แจงว่านี่คือ "มาตรการเพื่อมนุษยธรรมและเศรษฐกิจภายใน" ไม่ใช่การสนับสนุนทางการทหาร

    •    ข้อเสนอแนะ: ไทยควรเสนอตัวเป็น "ตัวกลางในการส่งต่อความช่วยเหลือ" หรือเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Haven) สำหรับการเจรจาลดระดับความขัดแย้ง เพื่อให้สหรัฐฯ เห็นว่าความสัมพันธ์กับอิหร่านของไทยนั้นมี "ประโยชน์แฝง" ต่อฝ่ายตะวันตกด้วยเช่นกัน

 

 

 

6. บทสรุป: จุดจบของยุคสมัยมหาอำนาจขั้วเดียว?

 

วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซในปี 2026 ไม่ใช่แค่เรื่องเรือผ่านได้หรือไม่ได้ แต่มันคือการประกาศให้โลกรู้อย่างเป็นทางการว่า "อำนาจที่แท้จริงไม่ได้วัดกันที่จำนวนหัวรบเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ใครสามารถควบคุมเส้นเลือดใหญ่ของโลกได้โดยไม่ต้องออกแรงยิงแม้แต่นัดเดียว“

หากสหรัฐฯ ยังไม่สามารถแก้เกม "การเปิดแบบเลือกปฏิบัติ" นี้ได้ เราอาจได้เห็นการล่มสลายของระบบระเบียบโลกเดิม และการอุบัติขึ้นของระเบียบใหม่ที่ "ความยืดหยุ่นทางการทูต" มีค่ามากกว่า "ขีปนาวุธราคาแพง"

 

สำหรับไทย การยืนอยู่บนเส้นขนานระหว่างมหาอำนาจในครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของหน้าตา แต่มันคือเรื่องของปากท้องและความอยู่รอดในโลกที่ความแน่นอนไม่มีอยู่จริงอีกต่อไป