เชื่อ "ทรัมป์" ทุบกล่องดวงใจ ส่ง "รบพิเศษ" รุกจุดยุทธศาสตร์อิหร่าน "ชิงยูเรเนียม"
10 มี.ค. 2569
เชื่อ "ทรัมป์" ทุบกล่องดวงใจ ส่ง "รบพิเศษ" รุกจุดยุทธศาสตร์อิหร่าน "ชิงยูเรเนียม" ด้าน "อิหร่าน" ชิงทำลายกล่องดวงใจ ถล่มโรงกลั่นน้ำจืด!
ข่าว
10 มี.ค. 2569
เชื่อ "ทรัมป์" ทุบกล่องดวงใจ ส่ง "รบพิเศษ" รุกจุดยุทธศาสตร์อิหร่าน "ชิงยูเรเนียม" ด้าน "อิหร่าน" ชิงทำลายกล่องดวงใจ ถล่มโรงกลั่นน้ำจืด!
10 มีนาคม 2569 กรณีสหรัฐฯประกาศศักดาอีกรอบ ด้วยการเตรียมจะส่งกำลัง “หน่วยรบพิเศษ” เข้าไปยึด “ยูเรเนียมสมรรถนะสูง” จากอิหร่าน และอาจจะส่งกำลังทหารเข้าไปรุกภาคพื้นดินของอิหร่านด้วยนั้น
1. คำประกาศนี้เป็น “แค่คำขู่” หรือจะทำจริงๆ
2. ถ้าส่งกำลังเข้าไปจริงๆ เป็นไปได้หรือไม่ว่า จะส่งลงไปปฏิบัติการเฉพาะจุด ในพื้นที่จำกัด แล้วถอนตัวเร็ว คือไปปฏิบัติการแค่ยึดแร่ยูเรเนียมเท่านั้น ไม่ใช่ยึดพื้นที่ทั้งประเทศ
3. หากจะส่งกำลังบุกภาคพื้นดิน ต้องเตรียมการนานแค่ไหน และใช้กำลังพลมากขนาดไหน จะเห็นภาพกองเรือสหรัฐฯ ยกพลขึ้นบกเลยหรือไม่
“ข่าวข้นคนข่าว” ชวนไปหาคำตอบในประเด็นเหล่านี้
เพราะหากจะทำจริง ต้องมีความพร้อมหลายประการ ได้แก่
1.สหรัฐฯต้องรู้แหล่งยูเรเนียมสมรรถนะสูงของอิหร่าน
2.ต้องใช้ “การปฏิบัติการพิเศษ” ส่งกำลังไปยังพื้นที่เป้าหมาย และต้องใช้ปฏิบัติการโจมตีด้วยกองกำลังขีปนาวุธ ทำลายกำลังรักษาความปลอดภัยพื้นที่เก็บยูเรเนียมของอิหร่านด้วย
3.ปฏิบัติการแบบนี้ จะเกิดความสูญเสียอย่างหนักทั้งสองฝ่าย
ฉะนั้น อดีตหัวหน้าหน่วยงานความมั่นคงระดับประเทศ จึงสรุปว่า...
- ไม่เชื่อว่าสหรัฐฯ รู้หรือมีข้อมูลแหล่งเก็บยูเรเนียมที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ทำนิวเคลียร์ของอิหร่าน
- สหรัฐฯเคยประกาศว่าทำลายโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านไปแล้ว แต่ภายหลังยอมรับว่ายังทำลายไม่ได้
- การขู่เช่นนี้ ทรัมป์น่าจะคาดหวังให้อิหร่านตกใจ และเตรียมเสริมกำลังป้องกัน
**เมื่ออิหร่านเคลื่อนไหว จะทำให้สหรัฐฯใช้ดาวเทียมจารกรรมพิสูจน์ทราบที่ตั้งนิวเคลียร์ของอิหร่าน รวมทั้งเปิดเผยขีดความสามารถในการโจมตีตอบโต้ของอิหร่านให้สหรัฐฯได้เห็น และสหรัฐฯจะฉวยโอกาสโจมตีก่อนเหมือนเคย
“ผมคิดว่าเป็นวิธีการลวง เพื่อให้อิหร่านเปิดเผยที่ตั้งนิวเคลียร์ หลังจากนั้นสหรัฐฯจะใช้ขีปนาวุธทำลายล้างเพื่อให้อิหร่านหมดความสามารถในการพัฒนานิวเคลียร์ และถ้าสำเร็จก็ประกาศยุติการบุก โดยอ้างว่าภารกิจสำเร็จแล้ว” อดีตหัวหน้าหน่วยงานด้านความมั่นคงระดับประเทศ ระบุ
แหล่งข่าวรายนี้ ยังบอกว่า เฉพาะการปฏิบัติภารกิจพิเศษ ก็ต้องเตรียมการค่อนข้างมากแล้ว ฉะนั้นการส่งกำลังเข้าไปบุกภาคพื้นดิน ยิ่งยากกว่า / หากพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบัน สหรัฐฯเน้นการใช้อาวุธยาวเป็นหลัก และแผ่นดินอิหร่านกว้างมาก ซ้ำยังเป็นเทือกเขา มีหุบเขา และถ้ำที่สลับซับซ้อน ภูมิประเทศเข้าถึงยาก จึงไม่เชื่อว่าจะส่งกำลังเข้ายึดพื้นที่ได้
พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก หรือ “บิ๊กแป๊ะ” อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะ “ทหารตัวจริง” เคยนำทีมทหารไทยไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ขัดแย้งนอกประเทศ เช่น อาเจะห์ อินโดนีเซีย โดยเป็นคณะผู้สังเกตการณ์ “วางอาวุธ” หลังการเจรจาสันติภาพ / ให้ทัศนะกับคำประกาศของทรัมป์ จากประสบการณ์ที่สั่งสมมา
- มีความเป็นไปได้ทั้งขู่ และทำจริง
- โอกาสที่จะทำจริง คือ ส่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษเข้าไปยึด “ยูเรเนียมสมรรถนะสูง”
- เพราะ “ยูเรเนียม” คือ หัวใจของอิหร่าน เป็นหัวเชื้อในการผลิตนิวเคลียร์ มีมูลค่าสูงมาก และอิหร่านสะสมมานาน
- ถ้าสหรัฐฯ รู้ที่ตั้งของแหล่งเก็บยูเรเนียม และสามารถไปยึดมาได้ บอกได้คำเดียวว่า “สามารถยุติสงคราม และเลิกรบกันได้เลย”
“ผมคิดว่าปฏิบัติการนี้ไม่ง่าย และเป็นได้ทั้งสองอย่าง คือ ทั้งขู่หรือทำจริง เดาใจทรัมป์ไม่ยาก แต่ถ้าพูดถึงความคุ้มค่าที่จะเข้าไปเอายูเรเนียมมา ถือว่าคุ้มมาก เท่ากับคว้ากล่องดวงใจมาได้เลย จะเอามาใช้เองก็ยังได้ด้วยซ้ำไป”
ส่วนการส่งทหารราบเข้าไปยึดพื้นที่นั้น พล.อ.นิพัทธ์ บอกว่า ถ้าจะเป็นไปได้ ต้องเป็นขั้นตอนสุดท้าย คือ ต้องการเผด็จศึกอย่างราบคาบ แต่ขั้นตอนนี้จะเกิดขึ้นได้ ต้องนวดให้อิหร่านหมดขีดความสามารถไปก่อน ไม่สามารถสู้ได้แล้ว และมีข้อตกลงอะไรบางอย่าง หาคนมาไกล่เกลี่ย และหาทางลงให้กัน จากนั้นจึงจะส่งกำลังเข้าไป
แต่ถ้าเป็นการส่งกำลังเข้าไปเพื่อจัดการอิหร่านตั้งแต่ยังรบติดพันกันอยู่ ถ้าทำแบบนี้ถือว่า “ไม่ฉลาดเลย” เพราะคนอเมริกันคงไม่สนับสนุนแน่ เหมือนพาคนไปตาย จะเกิดคำถามว่าทำไมไม่ส่งลูกชายตัวเองไป
พล.อ.นิพัทธ์ ขยายความต่อว่า ในมุมมองของทหาร การส่งกำลังเข้าไปตอนนี้ มันคือ “พื้นที่สังหาร” เมื่อส่งกำลังเข้าไปรบ / การส่งกำลังบำรุงแทบจะเป็นศูนย์ ทำอะไรไม่ได้เลย / ต้องไม่ลืมว่ากองกำลังของอิหร่านยังศรัทธาผู้นำของตนอยู่ และเกลียดอเมริกัน ถ้าลุกขึ้นมารุมกินโต๊ะ จะกลายเป็นพื้นที่สังหารจริงๆ
แต่ถ้าศึกนี้ยุติลงเกือบสมบูรณ์แล้ว มีคนกลางมาเจรจา แล้วอเมริกาต้องการพิสูจน์ทราบว่าอิหร่านหมดฤทธิ์จริงหรือไม่ จึงส่งกำลังเข้าไป แบบนี้มีความเป็นไปได้ หรืออาจจะให้สหประชาชาติจัดกองกำลังจากหลายๆ ประเทศเข้าไป ถือเป็นทางลงทางหนึ่งที่มีความเป็นไปได้ คือ เข้าไปสังเกตการณ์ เหมือน AOT หรือ ASEAN Observer Team หลังการสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชา แบบนี้เป็นไปได้ / แต่ถ้าเข้าไปรบ จะเท่ากับฆ่าตัวตาย
พล.อ.นิพัทธ์ ให้ข้อมูลใหม่ที่เพิ่งได้รับมาล่าสุดว่า อิหร่านยิงจรวดมิสซายล์ เข้าไปโจมตี “โรงกลั่นน้ำทะเลเป็นน้ำจืด” ที่ใหญ่ที่สุดของซาอุดิอาระเบีย / โรงกลั่นแห่งนี้ ผลิตน้ำจืดเลี้ยงกรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุฯ ทั้งเมือง / และยังส่งขีปนาวุธไปทำลายโรงผลิตน้ำจืดของ “กลุ่มประเทศอ่าว” ในอีกหลายๆ ประเทศ
เรื่องนี้ถือเป็นยุทธศาสตร์ของอิหร่านในการ “ทำลายกล่องดวงใจ” ประเทศที่สนับสนุนสหรัฐฯทางอ้อม ยอมให้สหรัฐฯตั้งฐานทัพ เพื่อเป็นการเพิ่มแรงกดดันกลับไปยังสหรัฐฯ เพราะประเทศรอบอ่าว ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องน้ำมัน แต่เดือดร้อนเรื่องน้ำจืด
ในมุมมองของ “นักวิชาการอิสระด้านความมั่นคงและต่างประเทศ” คุณหทัย ชุณหปราณ เห็นว่า คำประกาศของทรัมป์ มีโอกาสเป็นไปได้ 60% ที่จะส่งกำลังเข้าไปในอิหร่านจริงๆ แต่น่าจะเป็นการส่ง “หน่วยปฏิบัติการพิเศษ” อย่าง Delta Force หรือ Seal ไปทำลายเป้าหมายเฉพาะจุดที่มีความสำคัญสูง อย่างโครงการนิวเคลียร์หรือขีปนาวุธ รวมไปถึงยึดยูเรเนียม ซึ่งเป็นจุดที่การโจมตีทางอากาศยังทำลายไม่ได้มากกว่า เพราะ อยู่ใต้ดิน / ในถ้ำ / หรือในภูเขา
สาเหตุที่สหรัฐฯต้องเลือกปฏิบัติการวิธีนี้ ก็เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเรื่องการทำลายขีดความสามารถในการผลิตนิวเคลียร์ของอิหร่านได้จริง
ที่สำคัญ หากใช้หน่วยปฏิบัติการพิเศษ จะเป็นส่งกำลังทางอากาศ “เข้าเร็ว-ออกเร็ว” ซึ่งจะส่งผลดีกว่าการส่งกำลังเข้าไปมากๆ เหมือนการทำสงครามเต็มรูปแบบ
“ผมยังเชื่อว่าการทำสงครามเต็มรูปแบบมีโอกาสน้อยมาก เพราะถ้าจะทำจริง ต้องมีข่าวเตรียมการที่สหรัฐฯแล้ว เนื่องจากเป็นเรื่องใหญ่มาก”
