svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

สงครามของใคร? นักวิเคราะห์ชี้ถล่มอิหร่าน อิสราเอลได้ประโยชน์มากกว่าสหรัฐฯ

01 มี.ค. 2569

นักวิเคราะห์ตั้งคำถามปฏิบัติการ "Epic Fury" ขัดแย้งนโยบายหาเสียงทรัมป์ ชี้เป็นสงครามที่เนทันยาฮูผลักดันมาตลอด 20 ปี เพื่อทำลายคู่ปรับเบอร์หนึ่ง โดยที่สหรัฐฯ แทบไม่ได้ผลประโยชน์โดยตรง

นักวิเคราะห์ความมั่นคงเริ่มตั้งคำถามถึงความจริงใจ ในนโยบายต่างประเทศของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากเขาเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งขัดแย้งกับสุนทรพจน์เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วที่ระบุว่า "ยุคสมัยของการสร้างชาติและแทรกแซงกิจการผู้อื่นได้จบลงแล้ว" แต่ในวันนี้เขากลับใช้ภาษาแบบเดียวกับกลุ่มอนุรักษนิยมใหม่ (Neoconservatives) ที่เขาเคยวิจารณ์ว่าสร้างความหายนะในอิรักและอัฟกานิสถาน

วาระของเนทันยาฮู: ชัยชนะทางการเมืองของอิสราเอล?

เนการ์ มอร์ตาซาวี นักวิชาการจาก Center for International Policy ระบุว่านี่คือ "สงครามที่อิสราเอลเลือกให้สหรัฐฯ ทำ" โดยนายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู พยายามผลักดันให้สหรัฐฯ โจมตีอิหร่านมานานกว่าสองทศวรรษ และในที่สุดเขาก็ทำสำเร็จ

  • ข้ออ้างเรื่องนิวเคลียร์และขีปนาวุธ: แม้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ จะยอมรับว่าไม่มีหลักฐานการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ในอิหร่าน แต่เนทันยาฮูกลับเปลี่ยนประเด็นไปที่ "ขีปนาวุธข้ามทวีป" โดยอ้างว่าอิหร่านสามารถโจมตีชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ได้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ทางการเตหะรานปฏิเสธอย่างรุนแรงและยังไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจน

  • การทำลายกระบวนการทูต: นักวิเคราะห์มองว่าสงครามที่เปิดฉากขึ้นในสัปดาห์นี้ เกิดขึ้นในขณะที่การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังมีความคืบหน้าเชิงบวก ซึ่งเนทันยาฮูมองว่าความสำเร็จทางการทูตคือความล้มเหลวของอิสราเอลในการกำจัดอิทธิพลของอิหร่าน

กระแสคัดค้านในสหรัฐฯ: "ไม่ใช่ปัญหาของคนอเมริกัน"

แม้ทรัมป์จะพยายามสร้างความชอบธรรมว่าเป็น "ภารกิจที่สูงส่งเพื่ออนาคต" แต่โพลล่าสุดจาก University of Maryland พบว่าชาวอเมริกันเพียง 21% เท่านั้นที่เห็นด้วยกับสงครามกับอิหร่าน

ทัศนะจากฝ่ายคัดค้านระบุว่าอิหร่านซึ่งอยู่ห่างออกไปกว่า 10,000 กิโลเมตร ไม่ได้เป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อความมั่นคงของชาวอเมริกันทั่วไป แม้แต่ ทัคเกอร์ คาร์ลสัน นักวิจารณ์สายอนุรักษนิยมยังตั้งคำถามว่า ปัญหาที่พรมแดนเลบานอนเกี่ยวข้องอะไรกับพลเมืองอเมริกันที่อาศัยอยู่ในรัฐเมน ขณะที่ ส.ส. ราชิดา ทลาอิบ วิจารณ์แรงว่าทรัมป์กำลังทำตาม "จินตนาการอันรุนแรงของกลุ่มชนชั้นนำและรัฐบาลอิสราเอล" โดยเพิกเฉยต่อความต้องการของชาวอเมริกันส่วนใหญ่

ความเสี่ยงที่สหรัฐฯ ต้องแบกรับ

ในขณะที่อิสราเอลอาจได้รับผลประโยชน์จากการอ่อนแอลงของศัตรูหมายเลขหนึ่ง แต่สหรัฐฯ กลับต้องเผชิญกับความเสี่ยงมหาศาล ทั้งความสูญเสียของทหารที่ประจำการอยู่ในตะวันออกกลางจากการโจมตีโต้กลับของอิหร่าน รวมถึงความโกลาหลทางเศรษฐกิจและราคาน้ำมันที่อาจพุ่งสูงขึ้นจากการสู้รบที่ยืดเยื้อ